วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เปรียบเทียบมวยระหว่างเกมยุคใหม่ VS เกมรุ่นดึกดำบรรพ์ !! เกมยุคไหนเล่นแล้วสบายใจที่ซู้ด

เปรียบเทียบมวยระหว่างเกมยุคใหม่ VS เกมรุ่นดึกดำบรรพ์ !! เกมยุคไหนเล่นแล้วสบายใจที่ซู้ด ?

   
 
    กลับมาอีกครั้งกับบทความที่มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง จากผมนายแมลงสาบ PaPaRoacH จากหน่วยสวาทกอง PC-Console ของทีมงานคุณภาพน้าตาดี EXP (บริษัทนี้ขี้เหล่เราไม่รับทำงานนะเออหลังจากที่พูดคุยกันออกนอกเรื่องราวของเกมไปเยอะพอสมควรในอาทิตย์ที่แล้ว สัปดาห์นี้ผมเองก็ไปประสบพบเจอเหตุการณ์จากคนใกล้ตัวมาเหตุการณ์นึงจากหัว หน้าจอมเกรียนของทีมMedia ซึ่งเค้านั้นทำให้ผมเกิดปิ๊งไอเดีย จับเรื่องราวมาเขียนถ่ายทอดประสบการณ์จริง และเปิดประเด็นให้เพื่อนๆ ได้ฉุดคิดกันอีกครั้ง ซึ่งงานนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ย้อนรอยระลึกถึงความหลังไปพูดคุยกันในประเด็นที่ว่า วิวัฒนการของเกมเมอร์ในอดีตและปัจจุบันตลอดจนวิถีชีวิตนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร " ซึ่งในความต่างของ 2 เกมเมอร์จาก 2 ยุคสมัยนั้นผมเองได้ลำดับประเด็นถึงความต่างไว้ดังนี้เลยครับ

 

 
    ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่าที่มาที่ไปนั้นก็มาจากกลุ่มเพื่อนๆ คนใกล้ตัวอย่าง หัวหน้าหน่วยแผนก Media ของเรานั่นเอง โดยเจ้าประเด็นนั้นมันมาจากการที่ผมเห็นแกนั้น วันๆ เอาแต่ไปขุดเอาเกมสมัยพระเจ้าเหา Super Robot ( น่าจะภาค 1 เลยด้วยซ้ำ ) มานั่งเล่นแล้วยิ้มทั้งวัน ทำงานไปก็เล่นไป ซึ่งแกทำให้ผมนั้นหวนคิดคำนึงถึงตอนสมัยเด็กๆ ที่วันๆ เอาแต่สิงนั่งเล่นเกมเก่าๆ อยู่แต่ร้านเกมทั้งวันทั้งคืน และจากภาพในอดีตที่ผุดขึ้นมา ผมเลยจะขอมาบอกเล่าเก้าสิบถึงประสบการณ์ของร้านเกมในสมัยดึกดำบรรพ์ต่างๆ มาเปรียบเทียบเนื้อหาของสังคมมหาชนคนเกมว่า วงจรชีวิตของสังคมเกม รุ่นเก่านั้นมันต่างกับปัจจุบันอย่างไรบ้าง ป่ะๆ เราไปทัศนศึกษาออนทัวร์นั่งไทม์แมชชีนไปชมกันเลย โดยผมขอแบ่งเป็นหมวดหมูไว้เลยนะครับ เพื่อความอ่านง่ายทางสายตาเพื่อนๆ โดยผมขอแบ่งใจความเนื้อหาไว้ดังนี้

 

ความต่างของระบบสังนิยมคนเกมในอดีตกับปัจจุบัน

1.
ค่าบริการ
ในอดีต : ค่าชั่วโมงแพงโคตรๆ โดยผมขอยกตัวอย่างเช่น ผมเคยเล่นเกม Street Fighter2  ซึ่งเป็นเครื่องเกมแบบอาเขตแบบโมดิฟายเอามาปรับเปลี่ยนให้สามารถต่อเล่นกับทีวีบ้านๆ ได้เพือนๆ เชื่อหรือไม่ว่า ใน ปี .. 2530 นั้นค่าชั่วโมงของเกมนี้อยู่ชัวโมงละ 80 บาท เห็นโคตรแพงแบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเครื่องเกมตัวดัดแปลงนี้จะเล่นแต่ละต้องเข้าคิวต่อที เกือบ 2 ชม หรือต้องรอค่ำๆ เลยทีเดียว ถึงจะได้เล่น และถัดมาอีกนิดในยุคผลัดใบ เปลี่ยนการบริโภคจากเครื่องคอนโซลมาเป็นเครื่อง PC มาเปิดให้บริการในยุคนั้นแล้วเพื่อนๆ หลายๆ คนอาจจะทันบ้าง  สำหรับสมัยนั้นเกมที่ฮิตติดชาร์ตอย่าง Starcraft และ เกม วางที่ให้คุณสวมบทบาทผู้จัดการทีมอย่าง CM นั้น ค่าบริการนั้นแพงมากๆ โดยจะอยู่ที่ชั่วโมงละ 30 บาท และเช่นเดียวกันครับคือ ไม่ว่าจะแพงขนาดไหน แต่เด็กไทยอย่างเราก็สามารถเล่นได้ทั้งวัน !!  ไม่รู้ไปเอาตังค์มาจากไหนเนอะ สมัยนั้น -.-"
ปัจจุบัน : ว่ากันต่อในเรื่องราคาของการบริการในปัจจุบัน ค่าบริการเกมประเภทนี้นั้นถูกจนน่าใจหาย ทั้งๆ ที่มันจะต้องน่าแพงขึ้นตามกลไกการตลาด แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งวิวัฒนการมากขึ้นค่าครองชีพสำหรับการเล่นยิ่งถูก ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ไปเล่นร้านเกมเดี่ยวนี้ ผมเห็นบางร้านมีโปรโมชั่นที่ผมเห็นแล้วแอบอิดฉาเด้กสมัยนี้เลยก็คือตั้งแต่ เวลา 3 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า นั้นทางร้านคิดเหมารวมค่าบริการแค่ 70 บาท ง่ายก็คือ 9 .นั้นคิดเป็นค่าบริการตก ..ละ 7 บาท 50 สตางค์แค่นั้นเอง โอ้วแม่เจ้า และสำหรับพวกตู้อาเขตแปลงมาเล่นกับทีวีบ้านๆ นั้น หลังๆ ผมเองก็ไม่ค่อยเห็นให้บริการนะครับ แต่ถ้าเป็นอาเขตตามห้างแล้วหล่ะก็ ขอยกตัวอย่างที่เกม Super Street Fighter 4 ที่ " ห้างโลตัสบางกะปินะครับ " ที่นี่คิดค่าบริการหยอดเล่น 10 บาท แต่สามารถเล่นได้ 7 ยก ( ง่ายก็คือผู้ใดชนะ 4 ใน 7 ก็นั่งต่อ ) เล่นกันทีนี่นั่งกดกันตูดแฉะครั จากราคาที่บอกมาแล้ว ผมว่ามันก็ถูกโคตรๆ อีกเช่นกันสำหรับ ค่าบริการเกมต่อสู้แบบอาเขตดัดแปลงแบบนี้
 

2.สภาพแวดล้อม

 
ในอดีตแหล่งรวมคนบ้า เกมหรือ ร้านเกมในอดีตเมื่อประมาณ 20 ปีนั้น ขอบอกว่ามีน้อยกว่าในปัจจุบัน 3-4 เท่าเลยครับ ยกตัวอย่างเช่น ละแวกที่ผมอาศัยอยู่แถวๆ โชคชัย4 -ซอยหมู่บ้านเสนานิคมนั้นมีร้านเกมอยู่แค่ 6 ร้านเท่านั้นเองครับ ซึ่ง อาจจะเป็นได้ว่าคนสมัยก่อนนั้นเล่นเกมน้อยกว่าปัจจุบันก็เป็นได้ หรือการประชาสัมพันธ์ในสมัยนั้นยังไม่รุดหน้าเหมือนปัจจุบันก็อาจเป็นได้
ปัจจุบัน: ผมคิดว่าเด็กสมัยนี้ไม่น่ามีใครที่ไม่เล่นเกมนะครับ ( ไอ้ที่ไม่เล่นนี่น่าจะเป็นส่วนน้อยมากๆ น่าจะนะครับคาดการณ์เอา ) เหตุก็มาจากปัจจัยที่ราคาถูกด้วยแล้ว บวกกับผลพวงเศรษกิจที่เห็นเค้าบอกกันว่าไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ แต่นักลงทุนกลับแห่เปิดธุรกิจร้านเกมกันอย่างบ้าคลั่ง ( ผมว่าเดี๋ยวนี้หาร้านขายของชำยากกว่าหาร้านเกมนั่งเล่นซะอีก ว่าไหมหล่ะ ) เรียกได้ว่าทุกๆ 500 เมตร ที่ไหนไม่มีร้านเน็ตที่นั่นผมขออนุญาติใช้คำว่า "ย่านนั้นคือของแปลกที่ไม่ได้หาง่ายๆ ในประเทศไทยเลยครับ "

 

  
3.ความเป็นอยู่ 
ในอดีต:  แต่ละร้านที่ผม เคยไปสัมผัสนั้น ก็ต้องบอกว่ามีสภาพไม่ต่างกับสลัมเลยครับ คือคนจะแออัดมากๆ สาเหตุก็เพราะ 1 คนเล่น แต่กองเชียร์จะมากำลังใจเพือนๆ อย่างกับเพื่อนจะขึ้นเวทีเดอะสตาร์อย่างไงอย่างงั้นเลย ด้วยเหตุนี้แล้วแห่งรวมวรยุทธ์ของเกมทุกแขนง ทุกสายพันธุ์จึงจะ
ปัจจุบัน : ร้านเกมสมัยนี้ไฮโซครับ ดูดีมีชาติตระกูลแถมบางร้านนี่อย่างกับผับอย่างไง อย่างนั้นเลย บางร้านก็มีเนื้อที่หลายร้อยเอเคอร์ (เปรียบให้ดูเวอร์ๆ นะครับ อย่าคิดมาก ) บางร้านก็สามารถเตะฟุตบอลกันภายในร้านได้เลย แถมท้ายตอกย้ำอีกว่าร้านเกมยุคใหม่ ตาม ย่านโซนมหาลัยนั้น บรรยากาสจะดูดีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เพราะมีเหล่านักศึกษาสาวน่ารักๆ มาใช้ บริการ ซึ่งผมกล้าบอกเลยว่า นี่คือสิ่งที่ร้านเกมสมัยโบราณไม่มี 555+

 
4.พฤติกรรม
ในอดีตในความคิดความอ่าน ตลอดจนการทักษะในการเล่นนั้น หากเปรียบเทียบกัน ผมเชื่อว่าเกมเมอร์รุ่นเก่านั้นเก่งสู้เกมเมอร์ในปัจจุบันไม่ได้เลยครับ สาเหตุนั้นก็มาจากพฤติกรรมการเสพย์เกมที่ซ้ำวนไปวนมา ประมาณว่า ข้าเล่นน๊อคแล้ว ข้าก็จะเล่นน็อคอีก ไม่มีอะไรทำ และอีกประเด็นหลักๆ ก็คือสมัยนั้นการแข่งขันของนักกีฬา EsPort นั้นยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลต่างๆ ยังไม่ชัดเจนเท่าปัจจุบัน ง่ายคือไม่มีระบบอินเตอร์เน็ต ไม่มีด๊อกเตอร์กูเกิ้ลผู้สันทัดกรณีทุกเรื่องนั่นเอง
ปัจจุบันเด็ก สมัยใหม่เก่งโคตรๆ ก็มาจากวิวัฒนการแหละครับอย่างว่า เด้กสมัยนี้ติดเกมไวโคตรๆ ข้อมูลโดยตรงจ่กครอบครัวของเพื่อนคู่ซี้ผมอย่างนาย Haremheatz นั้นบอกว่า หลาน ของเค้าอายุ 3ขวบ ปัจจุบันมีเครื่องเกม PSP และเจ้าหนูคนนี้ตื่นมา 9 โมงเช้า เฮียเค้าก็จะมาก็นั่งเล่นคอมพิวเตอร์กันแต่หัววัน และที่สำคัญเพื่อนๆ ของเจ้าหลานเพื่อนผมคนนี้ก็มีพฤติกรรมแบบเดียวกันเด่ะๆ โดยเปรียบเทียบกันตัวผมสมัยนั้นแล้ว อายุ 3 ขวบ ทุกๆ เช้าผมจะต้องตื่นมาเฝ้าดูการตูนช่อง 9 เรื่องหมัดเทพเจ้าดาวเหนืออยู่เลย ซึ่งจุดนี้ทำให้ ผมมองว่านี้คือพฤติกรรมที่ทำให้เหล่าเกมเมอร์สมัยใหม่เก่งกว่าเกมเมอร์สมัย ผมเยอะเลยนั่นเอง เพราะติดกันงอมแงมมาตั้งแต่เด็ก
 

5.เนื้อหาของเกม
ในอดีตเกมในอดีตสนุกสุดยอดครับ สาเหตุก็เพราะ " ทุกๆ เกมในสมัยนั้นมีสูตรเกือบทุกเกม " เกือบทุกเกมจริงๆครับ แถมบางเกมจะมีสูตรประหลาดๆ มากๆเช่น สูตรเลือกฉากของเกมสตารวอร์เครื่องFamicom นะครับ สาเหตุที่มันประหลาดก็เพราะ สูตรๆ นี้ใช้วิธีการทำคือ " ใช้เหรียญ เงิน ยัดเข้าช่องจอยคอนเทอรเลอร์เสริ เสร็จแล้วใช้เหรียญบิดไป บิดมาครับ หรืออีกสูตรสอมตะสุดประหลาดจากเกม Rock Man 3 ซึ่งวิธีทำนั้นก็คอ กดขวาที่คอนเทอเลอร 2ค้างไว้แล้วกระโดดลงเหว ซึ่งสูตรแปลกๆ ที่เอ่ยมานี้ผมเชื่อว่า เกมเมอร์รุ่นดึกอายุ 30 + นั้นรู้จักทุกคนครับ " เอ่อเกือบลืม1สูตรทีเด็ดที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ซึ่งสูตรนี้เป็นสูตรประจำค่ายของ Konami เค้าเลย พูดงี้คงรู้แล้วใช่ไหมว่ามันคือ สูตร บน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา สตราท์นั่นเอง โดยสูตรสุดฮิตที่ว่านี้มีมาใช้กันตั้งแต่เกมสมัยพระเจ้าเหาอย่าง Contra, Gradius1-2-3, Salamander, Ninja Turtles III, Batman Returns, Fighting Eleven, และอีกมากมายนึกไม่ออก ซึ่งจากความง่ายของบรรดาสูตรตัวช่วยนี้นั้น ก็น่าจะเป็นอีก 1 ที่ทำให้ใครต่อใครยังคิดถึงเกมในอดีตกาล และยังนำมันกลับมาเล่นกันให้เห็นอยู่บ่อยๆ
ปัจจุบันสำหรับสูตรเกมต่างๆ นั้นถูกลดลงไปแทบจะไม่มีเลยครับ สาเหตุ ก็เพราะเกมส่วนใหญ่ที่มีสูตรนั้นทางค่ายเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง แต่ในปัจจุบันนั้น ไม่ว่าจะเกมสายพันธุ์ไหนต่างก็หัน และผลักดันเกมของตัวเปงไปเป็นเกมลูกผสมออนไลน์ซะเกือบหมด จึงทำให้เกมเมอร์รุ่นใหม่นั้น ไม่ค่อยจะต้องการสูตรสำหรับการเล่ที่สดวกสบายนี้เท่าใดนักเหล่านี้สักเท่าไหร่
 

.ผมไม่ได้นับพวก Cheat Engine ต่างๆ หรือ พวกบอทร้อยพ่อพันธุ์แม่ หมื่นสายพันธุ์ต่างๆ ที่ผุดเป็นดอกเห็ดในโลกของเกมออนไลน์


    
มีประเด็นไหนตรงใจ หรือว่าเป็นพฤติกรรมที่ประสบพบเจอกับตัวเองกันบ้างไหมครับเพื่อนๆ 555+ผมเชื่อว่าในนี้ต้องมีสัก 2-3 ข้อ ที่เพื่อนๆ นั้นเคยผ่านมาแน่ๆ ครับ ทั้งนี้ ทั้งนั้นผมขอยืนยันเลยนะครับว่าไม่ได้จะมีเจตนานะโทษเกม แต่อย่างใดครับ เกมมีประโยชน์ครับ หากผู้ใช้มีวิจารณ์ญาณ และแบ่งเวลาใช้ให้ถูกต้อง ได้ยินดังนี้แล้ว ผมก็หวังว่าเหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลายนั้น " ได้โปรดอย่าปิดกั้นลูกหลานของท่านให้รู้จักกับการผ่อนคลายจากการเล่นเกม " เพราะผมเชื่อว่า " ติดไอ้เกมเหล่านี้ ยังไงก็ดีกว่าไปติดยา และทิศทางของเด็กที่จะก่อร่างสร้างตัวนั้น พื้นฐานสำคัญที่สุดของเด็กนั้นอยู่ที่พ่อแม่ต่างหาก ว่าจะนำเสนออะไรควรหรือไม่ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร มากกว่าไปปิดกั้นข่าวสารต่างๆ ซะหมด "

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น