วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

น้ำท่วม : ด่างทับทิมใช้อย่างไรให้ปลอดภัย


ด่างทับทิม ( Potassium permanganate )

เป็นสารเคมีที่มีลักษณะเป็นผลึกเล็กๆ สีม่วงเข้ม แววเงา ไม่มีกลิ่น เมื่อละลายน้ำจะได้สารละลายสีม่วงหรือสีชมพูอมม่วง

ชาวบ้านทั่วไปมักจะรู้จักประโยชน์ของด่างทับทิมในแง่การฆ่าเชื้อ ดังนั้นแม่บ้านเลยนิยมนำมาแช่ผัก ผลไม้  คนเลี้ยงปลาไม่ว่าปลาตู้ ปลาบ่อ ก็นำมาใช้เช่นกัน

ปัญหาคือเรามักจะคิดว่าเมื่อใช้ด่างทับทิม แช่ผัก ผลไม้ได้ แสดงว่าสารนี้น่าจะปลอดภัย คงกินได้ไม่อันตรายนัก

แต่ จริงๆไม่ไช่เช่นนั้น คนไทยมักจะใช้สิ่งต่างๆตามคำบอกต่อๆ โดยไม่ลงลึกทำความเข้าใจก่อนใช้ ทำให้เกิดอันตรายหลายต่อหลายเหตุการณ์โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงๆแล้วความจริงข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องจำให้ได้ขึ้นใจในการใช้สารทุกประเภท คือ
สารทุกชนิดเป็นสารพิษ ไม่มีสารใดเลยที่ไม่มีพิษ  ปริมาณที่รับเข้าสู่ร่างกายเป็นสิ่งที่แยกว่าสารที่เข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นพิษหรือเป็นประโยชน์ " นี่เป็นคำกล่าวของ พาราเซลซัส บิดาแห่งสาขาวิชาพิษวิทยา เมื่อ meepole สอนวิชาพิษวิทยา คำกล่าวนี้จะเป็นตัวเริ่มของการสอนเลย

จาก คำกล่าวนี้เป็นความจริงที่ว่า ไม่มีสารใดที่ไม่เป็นพิษ แสดงว่าด่างทับทิมก็หนีไม่พ้น เพียงแต่ปริมาณการใช้ที่เหมาะสมเท่านั้นจะทำให้ปลอดภัย

ประโยชน์ด่างทับทิม

ใช้เป็นสารฟอกขาว เป็นยาฆ่าเชื้อโรค ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ผสมลงในน้ำเพื่อใช้ฆ่าเชื้อ กระทั่งใช้แก้พิษ เป็นต้น

ในกรณีที่เร่งด่วนน้ำท่วมไม่มีน้ำสะอาดใช้เช่นนี้ meepole จึงเขียนเพียงย่นย่อก่อน (ค่อยแอบมาเติมเพิ่มวันหน้า) ให้ช่วยกันเอาไป บอกต่อ ก่อบุญ  ให้เข้าใจการใช้ด่างทับทิมอย่างปลอดภัยและเกิดโทษน้อยที่สุด ขอยกกรณีที่แม่บ้านถามมาในรายการโทรทัศน์ก่อนว่า จะใช้ด่างทับทิมฆ่าเชื้อได้หรือไม่  และปริมาณที่ใช้รู้ได้อย่างไร

การนำด่างทับทิมมาใช้ในจุดประสงค์ฆ่าเชื้อโรคในน้ำใช้ ไม่ใช้ใส่น้ำแล้วนำมาดื่ม

ฆ่าเชื้อโรคได้จริงหรือ

จริงค่ะ  แต่ ก็ไม่ทุกชนิด สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ตลอดจนสาหร่าย ได้บางชนิด แต่ทั้งนี้ขึ้นกับความเข้มข้น และระยะเวลาที่ใช้ หากเข้มข้นเกินไปก็เป็นอันตราย่อเรา

ใช้ปริมาณเท่าใดจึงไม่อันตราย

เนื่องจากเราชาวบ้านไม่สามารถที่จะมีเครื่องมือในการ ชั่ง ตวง วัด ได้ดังนั้นจึงขอให้ใช้วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูจากสี ซึ่งเป็นการประมาณที่ไกล้เคียง ถ้าจะใช้ฆ่าเชื้อในน้ำใช้ ให้ค่อยๆใส่แล้วคนให้ละลายหมดก่อน สังเกตสี สีที่สามารถนำมาใช้ในระดับปลอดภัยเป็นสีชมพูอ่อนหรือม่วงอ่อน (ดูสีเทียบจากภาพ)

สีชมพูใส หลอดที่สองจากขวาไปซ้าย  หลอดกลางเริ่มเข้ม  ขวาสุดเข้มมากไป อันตรายต่อผิวหนังแล้ว

หากเป็นสีชมพูใส ก็ประมาณได้ว่าความเข้มข้นจะประมาณ ส่วนในล้านส่วน และหากสารละลายเป็นสีม่วงแล้วก็ประมาณได้ว่าความเข้มข้นจะประมาณ 1 ส่วนใน 76,000 (65 mg/4.5 l) ซึ่งเริ่มเป็นอันตรายต่อผิวหนังได้แล้ว 

หากใช้ด่างทับทิมเพื่อฆ๋าเชื้อในน้ำล่ะก็ ต้องทิ้งไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จึงจะนำน้ำนั้นไปใช้

นอกจากนี้ด่างทับทิม (เข้มข้น 1-4%) สามารถใช้กำจัดเหล็ก และแมกนีเซียมที่เจือปนมาในน้ำ เรา จะพบปริมาณแมกนีเซียมมากในอุจจาระ ดังนั้นการใช้มีการใช้ด่างทับทิม จะช่วยฆ่าแบคทีเรีย รา ไวรัส และสาหร่าย ด้วยความเข้มข้นขนาดนี้สามารถกำจัดกลิ่นดินกลิ่นสาบของน้ำ ได้ด้วย

ข้อควรระวังในการใช้ด่างทับทิม

ด้วย คุณสมบัติที่เป็นสารที่เกิดปฎิกิริยารุนแรง กระทั่งสามารถลุกไหม้ได้เมื่อถูกกับสารละลายบางชนิด ดังนั้นควรระมัดระวังในการเก็บ วางให้พ้นมือเด็กด้วย

เนื่องจากเป็นสารที่สามารถเกิดปฎิกิริยารุนแรงกับสารบางชนิดได้  ดัง นั้นการใช้สารนี้จึงควรระมัดระวังไม่ให้สัมผัสผิวหนังโดยตรง (ไม่เอามือหยิบผลึก) เพราะจะทำให้ผิวแห้งเป็นขุย ถ้าสารละลายเข้มข้นจะทำให้เป็นผื่นแดง ปวด หรือเป็นแผลไหม้ หรือเป็นจุดด่างสีน้ำตาล ระวังการปลิวเข้าตาเพราะผลึกเบาจะทำให้การมองเห็นไม่ชัดหรือตาบอดได้ การหายใจเข้าไปก็ทำให้ระคายเคือง ไอ หายใจถี่ขึ้น

กลืนกินเข้าไปอันตรายหรือไม่ อย่างไร

การ กลืนกินด่างทับทิมเข้าไปก็อันตรายไม่ว่าในสภาพของแข็ง หรือของเหลวที่มีความเข้มข้นสูง จะทำให้กระเพาะเป็นแผลไหม้รุนแรง บวมน้ำ ความดันเลือดต่ำถึงตายได้
พบว่าที่ความเข้มข้นเพียง 1% ทำให้ลำคอไหม้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง
ความเข้มข้น 2-3% ทำให้เป็นโรคโลหิตจาง คอบวม หายใจไม่ออก

แม้ ว่าด่างทับทิมจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากใช้ได้ไม่ถูกต้องอาจทำ ให้เกิดอันตรายหรือเป็นพิษต่อร่างกายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นผู้ใช้จะต้องใช้อย่างเข้าใจ และระมัดระวัง ผลข้างเคียงจากการใช้ด่างทับทิม


ตอนหน้าจะเขียนเรื่องการใช้ด่างทับทิมในการล้างผักสด ผลไม้ ตลอดจนการใช้เป็นสารแก้พิษ และอื่นๆ

ประโยชน์ของน้ำส้มสายชู


น้ำส้มสายชู เป็นสารประกอบของกรดน้ำส้มกับน้ำ ได้จากการหมักน้ำผลไม้จนเกิดแอลกอฮอล์ ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ หมักแล้วถ้าอยากได้น้ำส้มใช้เร็วๆ ก็หมั่นคนบ่อยๆ ให้ออกซิเจนลงไปทำการเปลี่ยนแปลงทางเคมีไม่ขาดตอน
       
       ประโยชน์ของน้ำส้มสายชู  ส่วนใหญ่เน้นเรื่องการดูแล ป้องกันรักษาสุขภาพและโรคภัย เช่น ใช้น้ำส้มสายชูผสมต้นโทงเทงสด หรือผักคราดหัวแหวนสดๆ คั้นเอกน้ำชุบสำลีอมไว้ข้างแก้มค่อยๆ กลืนทีละนิด แก้ฝีในคอ หรือต่อมทอนซิลอักเสบได้ชะงักนักแล

       ยามไปเที่ยวทะเล ขอให้พกพาน้ำส้มสายชูไปด้วยทุกครั้ง หากเคราะห์หามยามร้าย เจอแมงกะพรุนไฟเข้าก็อย่าตกใจ ราดน้ำส้มตรงบริเวณถูกแมงกะพรุนทันที จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ทันใจ
       ผิวที่เจอแดดจัดๆ จนเป็นรอยเกรียม ลูบด้วยน้ำส้มสายชู ผิวที่ไหม้จะไม่พองให้คุณปวดแสบทรมานได้อีก
       ด้านการถนอมอาหาร สมัยก่อนมีการดองเปรี้ยวผักต่างๆ ด้วยน้ำส้มไว้บริโภคนานๆ เช่น ต้นหอม ผักเสี้ยน กระเทียม ขิง 
       ในแง่ของการขจัดรอยเปื้อน  น้ำส้มสายชูก็เป็นมือโปรสำหรับแม่บ้านได้ยอดเยี่ยม เลือกใช้ได้ตามอาการต่อไปนี้
       » รองเท้าหนัง รองเท้ายาง หรือสารสังเคราะห์ใดๆ ก็ตาม หากเปื้อนน้ำมันให้เช็ดด้วยน้ำส้มสายชูแล้วจะหมดรอย
       » กระจกบานเกล็ดสกปรก ล้างด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำสะอาดรับรองเงางาม สะอาดใสแจ๋ว
       » หม้ออะลูมิเนียมเป็นคราบดำ น้ำส้มสายชุละลายขี้เถ้าใต้เตาถ่าน ขัดถูก็สะอาดเอี่ยมในพริบตา
       » ภาชนะทองแดง ทองเหลือง ขัดด้วยน้ำส้มผสมเกลือในอัตราส่วนเท่ากัน ผ้านุ่มๆ จุ่มพอหมาดเช็ดถูแล้วจะแวววาวขึ้น
       » ของใช้พลาสติก ตลอดจนภาชนะอื่นๆ ในครัวเปื้อนไขมันมากจนเป็นรอยดำ ให้แช่ในน้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชู รอยเปื้อนจะหายไปพร้อมกับกลิ่นอาหาร
       » ัปัญหาของเตาอบ ถาดอบเครื่องครัวสแตนเลส และพื้อนครัวเป็นคราบสกปรกล้างยาก ใช้น้ำส้มเช็ดถู คราบฝังแน่นกับเศษอาหารตามพื้นจะหลุดง่าย ไม่เปลืองแรงขัด
       » เฟอร์นิเจอร์ ฝาผนังบ้านต่างดำ มีคราบนิ้วมือของสมาชิกตัวเล็กผ้านุ่มๆ ชุบน้ำส้มสายชูร้อนๆ เช็ดปุ๊บหายปั๊บ
       » อ่างล้างมือ อ่างอาบน้ำ ราวโครเมียมสกปรก เป็นสนิม น้ำส้มสายชูกับน้ำสบู่ เช็ดถู ทุกอย่างเงางามสะอาดตา
       » รอยเปื้อนสุดท้ายที่มักสร้างความอับอายให้ก็คือ เสื้อผ้าบริเวณรักแร้เป็นคราบเหลืองนั้น น้ำส้มสายชูทาตรงรอยเปื้อนให้ชุ่ม หากได้แช่เสื้อผ้าในน้ำส้มสายชุสักครู่ก่อนซักตามปกติ กลิ่นเปรี้ยวและเหม็นอับจากเหงื่อจะหายพร้อมรอยเปื้อน
       น้ำส้มสายชูยังมีคุณสมบัติ ขจัดกลิ่น ได้ไร้เทียมทาน กลิ่นอาหาร กลิ่นผลไม้แรงๆ อย่างทุเรียนที่ติดตามภาชนะพลาสติกนั้น ให้เช็ดด้วยน้ำส้มสายชูตามด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง
       » ท่อระบายน้ำภายในอาคารบ้านเรือนที่มักสกปรกเร็ว ตามด้วยกลิ่นเหม็นรุนแรง รบกวนความสุข ให้เทผงฟูลงท่อน้ำร่องไปก่อน 1 กำมือ สักครู่ตามด้วยน้ำส้มสายชูอีก 1 ถ้วย ทิ้งไว้สักพัก ลองเปิดน้ำระบายดุอีกที
       » เนื้อสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อวัว เนื้อควาย ถ้าแช่น้ำเกลือผสมน้ำส้มสายชูก่อนเก็บเข้าตู้เย็น กลิ่นคาวจะไม่ออกมารบกวนอาหารอื่นๆ ด้วย
       
       การแก้ปัญหาภายในบ้าน
       » ฝักบัวในห้องน้ำเกิดอุดตันใช้ไม่สะดวก น้ำที่ไหลกะปริบกะปรอย ลองถอดชิ้นส่วนออกมาแช่น้ำส้มสายชูปัดเศษฝุ่นด้วยแปรง แทงตามรูด้วยเข็มหมุด ล้างให้สะอาด ประกอบเข้าที่เดิม คราวนี้ฝักบัวไหลฉลุยแน่นอน
       » ขวด แจกัน คนโทที่ปากแคบคอดเล็ก  ทำความสะอาดยาก กรอกน้ำส้มสายชุ ผสมเปลือกไข่ทุบพอละเอียด แช่ไว้ แล้วเขย่าๆ เศษคราวสกปรกจะหลุดโดยง่าย
       » หม้อและกาต้มน้ำชา กาแฟทั้งหลาย ใช้ไปนานๆมักมีตะกรัรนหินปูนจับหนา น้ำส้มสายชูผสมน้ำอย่างละถ้วย เทลงในภาชนะ ต้มให้เดือด แล้วทิ้งให้เย็นค้างไว้ 1 คืน ตะกอนทั้งหลายจะหลุดเป็นกระบิทีเดียว
       ท่านสุภาพสตรีที่มีปัญหาม้วนผม หรือเซ็ทผมแล้วไม่อยู่ตัว หรือหยิกไม่ทนนาน โกรกผมด้วยน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง เมื่อสระและเซ็ทตามปกติ ผมจะหยิกเป็นลอยสลวย ทนนานสะใจหลายวัน
       » ไข่สดและใหม่มากเกินไป เวลาทำไข่ต้มมักมีปัญหาปอกเปลือกยาก ไข่เป็นรอยขรุขระไม่น่ารับประทาน ลองเติมน้ำส้มสายชูครึ่งช้อนชาลงในน้ำต้มไข่ ไข่ขาวจะไม่ติดเปลือก ปอกง่ายขึ้นกว่าเดิม
       » ต้มแปรงสีฟันขนแข็งๆ ในน้ำส้มสายชู ขนจะนุ่มไม่ทิ่มเหงือกให้เจ็บปากอีก
       » ปัญหาหินปูนจับตามเครื่องซักผ้า เครื่องล้างชาม แก้ด้วยน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย เทใส่เครื่องพร้อมน้ำ ปิดฝา เปิดเครื่องให้ทำงานตามปกติจะเห็นเครื่องสะอาดทันตา


       น้ำส้มสายชูกับเคล็ดลับบางประการ
       » อยากรับประทานผัดไทย หอยทอด ขนมจีน กับถั่วงอกอวบอ้วน ขาวกรอบละก็ แช่น้ำผสมน้ำส้มสายชูไว้สักครู่
       » ดอกกุหลาบช่อใหญ่ อยากให้สดอยู่นานๆ น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย น้ำตาลทราย 5 กรัม ผสมน้ำสะอาด 5 ถ้วย ด้วยสูตรนี้รดกุหลาบทั้งช่อ
       » หม้อหุงข้าวไฟฟ้าใช้ไปนานๆ เกิดอาการน่าเป็นห่วง ก้นหม้อเปลี่ยนจากขาวเป็นดำ ผสมคราบไคลน้ำข้าวจับหนาเตอะ อย่าใช้ฝอยขัดหม้อหรือใยเหล็กไปขัดเข้านะ เดี๋ยวหม้อเป็นรอยขีดข่วน หมดสวย ซ้ำพาเอาคุณภาพเสื่อม สารเคลือบผิวออกไปด้วย 
       สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับ ก็น้ำส้มสายชูเจ้าเดิมครึ่งส่วน ผสมน้ำ 1 ส่วน เติมลงหม้อ เสียบปลั๊ก รอจนเดือดปุดๆ จึงถอดปลั๊ก เทน้ำทิ้ง แล้วล้างตามปกติคุณจะได้หม้อที่สะอาดเหมือนเดิม
       » หยดน้ำส้มสายชูลงบนแว่นตาเช็ดด้วยผ้านุ่ม รอยขีดข่วนจะหายไป พร้อมคราบเหงื่อไคล
       » เสื้อผ้าสีขาวสะอาด มักกลายเป็นสีขาวขุ่นเข้าทุกที เมื่อใช้ไปนานๆ เพียงผสมน้ำส้มสายชูลงขณะซัก วิธีนี้ผ้าจะขาวสะอาดยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องใช้น้ำยาซักผ้าขาวให้ผ่าเปื่อยก่อนเวลา 
       » ลองใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำสะอาดชำระล้างผมในน้ำครั้งสุดท้าย ดูสักครั้งจะพบว่า ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชู ช่วยล้างแชมพูออกได้สะอาดหมดจดเส้นผมเป็นเงางาม มีน้ำหนัก ปราศจากรังแคด้วย
        
       "น้ำส้มสายชูราคาย่อมเยาเพียงขวดเดียว ที่มีอยู่ในครัว สามารถทำประโยชน์สารพัดอย่าง สุดแต่เราจะสร้างสรรค์ให้ถูกวัตถุประสงค์ ตรงตามความต้องการได้ไม่ยากนัก ในภาวะเงินทองเป็นของหายากนี้ น้ำส้มสายชูคงช่วยคุณประหยัดแรงงาน และค่าใช้จ่ายได้ดีทีเดียว"
       แช่ผักชีสักก้านในน้ำส้มสายชู ดูว่าใบไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เพื่อทดสอบว่าเป็นน้ำส้มสายชูแท้    







16 ประโยชน์ของน้ำส้มสายชู


  1. ใช้ลดไข้ เอาน้ำส้มผสมน้ำ 1 ต่อ 2 ส่วน เอาผ้าชุบเช็ดตัวคนไข้
  2. ขจัดรังแค เอาน้ำส้มสายชู ชุปผ้าเช็ดศีรษะก่อนนอนทุกคืน
  3. ป้องกันสีผ้าตก เอาน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย ผสมน้ำแช่ผ้าไว้สัก 15 นาที ก่อนซัก สีจะไม่ตกและยังมีสีสดขึ้นอีกด้วย
  4. แก้สิว เอาน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชาผสมน้ำเชื่อมพอหวานนิดๆ ดื่มตอนเช้าๆ ทุกวัน 1 สัปดาห์ สิวจะหาย
  5. แก้ไฝฝ้า ไข่ขาวไข่ไก่ 1 ฟอง ผสมน้ำส้ม 1 ช้อนชา ตีเป็นฟอง ทาหน้าก่อนนอนทุกคืน ถ้าหน้าแห้งใช้ใข่แดง ถ้าเอายางมะละกอครึ่งชอ้นชาผสมลงไปด้วยใช้ลอกหน้าได้ อย่าติดกันเกิน 3 วัน
  6. ให้ยาทาเล็บติดทน เอาเล็บมือจุ่มลงในน้ำส้มสายชูก่อนทาสัก 2-3 นาทีก่อนทา หรือเอาสำลีชุบน้ำส้มสายชูทาเล็บก็ได้
  7. ล้างภาชนะต่างๆ เช่น หม้ออลูมิเนียม มีคราบดำๆ ของผักที่ต้ม ใช้น้ำส้ม 1-2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำต้มให้เดือด 30 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น ใช้ฝอยเหล็กขัดไปทางเดียวกันอย่าขัดในขณะหม้อกำลังร้อนๆ จะเป็นรอย
  8. แก้กุ้งมีกลิ่นตุๆ เอากุ้งแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 15 นาที กุ้งจะขาวขึ้นกลิ่นตุๆ จะหายไปด้วย
  9. ต้มผักให้กรอบ เอาน้ำส้มสายชูใส่ลงในน้ำต้มผัก 1-2 ช้อนโต๊ะ ผักจะกรอบและไม่ดำอีกด้วย ถ้ากะหล่ำดอกให้เอาผ้าขาวบางห่อต้ม ดอกจะไม่แตกกระจายออกจากกัน
  10. ต้มปลาไม่ให้เนื้อปลาแตก เอาน้ำส้มสายชูใส่ลงในน้ำต้มปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ นอกจากเนื้อปลาจะไม่แตกยังมีสีขาวอีก
  11. ต้มเนื้อให้เปื่อย เอาน้ำส้มสายชูผสมในน้ำต้มเนื้อสัก 1-2 ช้อนโต๊ะ เนื้อจะเปื่อยเร็วขึ้น ถ้าต้มลิ้นวัวจะลอกผิวหนังลิ้นง่ายขึ้นอีกด้วย บางคนใช้ยางมะละกอ กะลามะพร้าว และ น้ำแข็งแทนก็ได้
  12. ล้างปลาทะเลที่มีคาวมากๆ เอาน้ำส้มสายชู 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำล้างปลา คาวจะหมดไป หรือจะใช้น้ำซาวข้าวแทนก็ได้เหมือนกัน
  13. ขัดพื้นไม้ให้เป็นมัน น้ำส้มสายชู น้ำมันลินซีด แอลกอฮอล์จุดไฟ ผสมอย่างละเท่าๆ กัน ขัดพื้นเป็นเงางามดี
  14. ให้สีฝุ่นสดขึ้น ช่างเขียนสีฝุ่นเวลาผสมสีกับกาว ถ้าเอาน้ำส้มผสมลงไปด้วย สีฝุ่นจะสีสดขึ้นกว่าเดิม
  15. แก้ปวดฟัน เอาลิ้นทะเล (กระดูกขาวในตัวปลาหมึกตัวโตๆ) บดละเอียดผสมน้ำส้มสายชูพอเปียกๆ ทาตรงฟันปวดถ้าไม่หายใช้เกลือ สารส้ม การบูร อย่างละเท่าๆ กันห่อผ้าอมตรงฟันปวด หรือผสมพิมเสนด้วยทำยาสีฟันตองเช้าป้องกันฟันปวดและทำให้ฟันทนอีกด้วย
  16. แก้เจ็บคอ ใช้นำส้มผสมน้ำมันสะระแหน่อย่างละเท่าๆ กัน อมไว้อย่ากลืน หรือใบสะระแหน่มาขยี้ผสมน้ำส้มอมแทนก็ได้ แต่ได้ผลไม่เหมือนน้ำมันสะระแหน่
                                                                                                                               จากหนังสือ เคล็ดลับคู่บ้าน

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ครูโต เผดิมเดช: งานเลี้ยงครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์

ครูโต เผดิมเดช: งานเลี้ยงครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์

งานเลี้ยงครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์

คลายเครียด น้ำท่วม...


วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กองบังคับกา​รตำรวจจราจ​ร (บก.จร.) ประกาศสถาน​ที่จอดรถฟรี 109 แห่ง ทั่วกรุงเท​พ


ใครยังหาที่จอดรถไม่ได้ เชิญอ่านทางนี้เลยค่ะ


 
กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ประกาศสถานที่จอดรถฟรี 109 แห่ง ทั่วกรุงเทพ ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับได้ทั้งหมด 69,959 คัน ประกอบด้วย
1.อาคารจอดรถ กทม. ถนนไกรสีห์ จำนวน 400 คัน
2.อาคารสนามม้านางเลิ้ง จำนวน 100 คัน
3.โรงแรมปรินซ์พาเลส จำนวน 50 คัน
4.อาคารจอดรถ สวนสัตว์ดุสิต จำนวน 400 คัน
5.ศูนย์การค้า SUPREME จำนวน 150 คัน
6.บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำนวน 100 คัน
7.ศูนย์การค้าเอสพลานาด จำนวน 500 คัน
8.ศูนย์การค้าฟอร์จูน จำนวน 400 คัน
9.อาคารไซเบอร์เวิลด์ จำนวน 300 คัน
10.สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (ศูนย์วัฒนธรรม) จำนวน 80 คัน
11.ห้างแพลตตินัม จำนวน 150 คัน
12.ห้างพันธุ์ทิพย์ จำนวน 100 คัน
13.ห้างพาราเดียม จำนวน 100 คัน
14.โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท จำนวน 100 คัน
15.ตึกชาญอิสระ 2 จำนวน 50 คัน
16.อาคารอิตัลไทย จำนวน 50 คัน
รวมพื้นที่ บก.น. 1 ทั้งหมด 3,050 คัน
17.บิ๊กซี แจ้งวัฒนะ จำนวน 69 คัน
18.ห้างไอที หลักสี่ จำนวน 1,000 คัน
19.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี จำนวน 300 คัน
20.สนามบินดอนเมือง จำนวน 3,000 คัน (เต็ม)
21.ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว จำนวน 3,000 คัน (เต็ม)
22.ห้างเมเจอร์รัชโยธิน จำนวน 1,200 คัน (เต็ม)
23.ลานจอด รฟม. (รัชดา-ลาดพร้าว) จำนวน 2,000 คัน
24.ลานจอดรถบีทีเอส หมอชิตเก่า จำนวน 2,000 คัน
25.ลานจอดรถจตุจักร จำนวน 1,000 คัน
26.ลานจอดรถสวนรถไฟ จำนวน 200 คัน
27.ตึก ปตท.(สำนักงานใหญ่) จำนวน 500 คัน
28.ธนาคารออมสิน (สำนักงานใหญ่) จำนวน 500 คัน
29.ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา จำนวน 300 คัน (เต็ม)
30.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 500 คัน
31.มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน 50 คัน
32.ห้าง MAX VALUE จำนวน 50 คัน
33.ตลาดบองมาเช่ จำนวน 100 คัน
34.ห้างบิ๊กซี วงศ์สว่าง จำนวน 50 คัน
35.โรงเรียนฤทธิยะ สายไหม จำนวน 200 คัน
36.โรงเรียนสายไหม จำนวน 50 คัน
37.โรงเรียนนายเรืออากาศ จำนวน 200 คัน
38.ลานจอดรถบุญถาวร จำนวน 150 คัน
39.ลานจอดรถโลตัส นวมินทร์ จำนวน 80 คัน
40.ถนนคู้บอน (เลียบวงแหวน-แยกคลองสอง) จำนวน 200 คัน
41.ถนนพระยาสุเรนทร์ (แยกคลองสอง-แยกลำกะโหลก) จำนวน 200 คัน
42.ถนนเลียบคลองสอง ตลอดแนว จำนวน 150 คัน
43.ห้าง THE MARKET (ถ.ประชาราษฎร์ สาย 2) จำนวน 20 คัน
รวมพื้นที่ บก.น. 2 จำนวน 17,069 คัน
44.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต จำนวน 1,500 คัน
45.มหาวิทยาลัยมหานคร จำนวน 2,000 คัน
46.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า จำนวน 2,000 คัน
47.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 2,000 คัน
48.ห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ จำนวน 3,000 คัน
49.ห้างพันธุ์ทิพย์ บางกะปิ จำนวน 300 คัน
50.โรงแรมเดอะมอลล์อินน์ จำนวน 50 คัน
51.ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ จำนวน 1,500 คัน (เต็ม)
52.ห้างเพรียวเพลส จำนวน 300 คัน
53.ห้างอมอรินี่ จำนวน 300 คัน
54.ห้างบิ๊กซีลาดพร้าว จำนวน 2,000 คัน (เต็ม)
55.ห้างซีคอนสแควร์ จำนวน 1,000 คัน (เต็ม)
56.ห้างพาราไดซ์พาร์ค จำนวน 600 คัน (เต็ม)
57.ริมถนนสาย 351 จำนวน 50 คัน
58.ศูนย์อัญมนีเจโมโปลิส จำนวน 200 คัน
59.มหาวิทยาลัยรามคำแหง(บางนา) จำนวน 100 คัน
60.ลานจอดรถ บริษัทนัมเบอร์วัน จำนวน 100 คัน
61.การกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 1,500 คัน
62.ใต้ทางด่วน ระหว่างด่วนศรีรัช-มอเตอร์เวย์ จำนวน 300 คัน
63.ลานจอดรถร้าน 13 เหรียญ พระรามเก้า จำนวน 300 คัน
รวมพื้นที่จอดรถ บก.น.4 จำนวน 11,600 คัน
64.ห้างฟิวเจอร์ จำนวน 500 คัน (เต็ม)
65.ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3 จำนวน 900 คัน (เต็ม)
66.ห้างบิ๊กซี เอกมัย จำนวน 1,000 คัน
67.ห้างจัสโก้ สุขุมวิท 71 จำนวน 800 คัน
68.ห้างบิ๊กซี ราชดำริ จำนวน 250 คัน
69.ห้างเซ็นทรัล ชิดลม จำนวน 250 คัน (เต็ม)
70.ห้างเซ็นทรัล บางนา จำนวน 780 คัน (เต็ม)
71.เอสบีเฟอร์นิเจอร์ บางนา จำนวน 600 คัน
72. ห้างบิ๊กซี พระราม 4 จำนวน 200 คัน
73.ห้างโลตัส พระราม 4 จำนวน 200 คัน
รวมพื้นที่จอดรถ บก.น.5 จำนวน 5,480 คัน
74.ลานจอดรถ ดิโอลด์สยาม จำนวน 250 คัน
75.อาคารศรีวรจักร์ จำนวน 100 คัน
76.อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ จำนวน 100 คัน
77.อาคารจอดรถ ริเวอร์ซิตี้ จำนวน 200 คัน
78.อาคารจอดรถ เท็กซัส จำนวน 100 คัน
79.ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จำนวน 3,000 คัน
80.ห้างมาบุญครอง จำนวน 1,000 คัน
81.ห้างสยามพารากอน จำนวน 3,000 คัน
82.สนามกีฬาแห่งชาติ จำนวน 300 คัน
83.อาคารจอดรถ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 1,000 คัน
84.อาคารจอดรถ ตึกเจมส์ทาวเวอร์ จำนวน 100 คัน
85.โรงแรมมณเฑียร จำนวน 50 คัน
86.อาคารจอดรถ โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา จำนวน 50 คัน
87.อาคารจอดรถ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน จำนวน 50 คัน
รวมที่จอดรถพื้นที่ บก.น. 6 จำนวน 9,300 คัน
88.ห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า จำนวน 2,000 คัน (เต็ม)
89.ห้างเมเจอร์ ปิ่นเกล้า จำนวน 800 คัน (เต็ม)
90.ห้างพาต้า ปิ่นเกล้า จำนวน 100 คัน
91.ห้างโลตัส ปิ่นเกล้า จำนวน 500 คัน
92.ถนนพุทธมณฑลสาย 1 จำนวน 300 คัน
93.สนามหลวงธนบุรี จำนวน 500 คัน
94.อาคารจอดรถ รพ.ยันฮี จำนวน 200 คัน
95.ห้างตั้งฮั่วเส็ง จำนวน 300 คัน
รวมพื้นที่จอดรถ บก.น.7 จำนวน 4,700 คัน
96.โรงเรียนอิสลามวิทยาลัย จำนวน 300 คัน
97.ห้างบิ๊กซี บางปะกอก จำนวน 100 คัน
98.ห้างโลตัส บางปะกอก จำนวน 100 คัน
99.ห้างเดอะมอลล์ ท่าพระ จำนวน 100 คัน
100.ห้างบิ๊กซี ท่าพระ จำนวน 100 คัน
101.โรงเรียนวัฒนาบริหารธุรกิจ จำนวน 80 คัน
102.สถาบันราชภัฏบ้านสมเด็จ จำนวน 100 คัน
103.ห้างบิ๊กซี จำนวน 100 คัน
104.คู่ขนานถนนราชพฤกษ์ใต้สะพานบางสะแก จำนวน 300 คัน
105.โรงแรมมาริออท จำนวน 100 คัน
รวมพื้นที่จอดรถบก.น. 8 จำนวน 1,380 คัน
106.มหาวิทยาลัยธนบุรี จำนวน 200 คัน
107.มหาวิทยาลัยเอเซีย จำนวน 500 คัน
108.มหาวิทยาลัยสยาม จำนวน 200 คัน
109.ถนนกาญจนาภิเษก ช่องคู่ขนานเข้า-ออก จำนวน 10,000 คัน

--
~*The More You Share the More You Got*~

คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม "Gangmai Group"

ติดตามระดั​บน้ำใน กทม.ครับ

ในคลองhttp://dds.bangkok.go.th/Canal/PageStation.aspx
ระดับน้ำบนถนน
http://dds.bangkok.go.th/Floodmon/
--

บัญญัติ 10 ประการสำหรับผู้สูงอายุ (วัยเกิน 50 ปี)

Ten (10) Commandments For People Over 50 Years Old
บัญญัติ 10 ประการสำหรับผู้สูงอายุ (วัยเกิน 50 ปี)

1. Focus on enjoying people, not on indulging in or _ __ ___
accumulating material things.

เพลิดเพลินกับผู้คน ไม่ยึดติดหรือสะสมวัตถุ

2. Plan to spend whatever you have saved. You deserve to enjoy it during the next
remaining good years of your life. Travel much if you can afford it. Don't leave anything
for your children or loved ones to quarrel about. By leaving anything, you may end up
causing more trouble to them when you’re gone.

ใช้เงินออมที่เก็บไว้  คุณควรได้ใช้มันในช่วงเวลาที่เหลืออยู่  ถ้ามีเงินพอก็หาที่เที่ยว
อย่าทิ้งสมบัติไว้ให้คนอื่นเพื่อให้ทะเลาะกัน  ยิ่งทิ้งไว้มากยิ่งยุ่งมาก

3. Live in the “here and now”, not in the yesterdays
and tomorrows. It is only today that you can handle.
Yesterday is gone and tomorrow may not even happen.

อยู่กับปัจจุบัน  อดีตมันผ่านไปแล้ว  อนาคตก็ยังมาไม่ถึง  จะเป็นอย่างไรอย่าไปเสียใจ

4. Enjoy your grandchildren (if you’re blessed with any), but don't be their full-time
baby-sitter. You have no moral obligation to take care of them. Don't have any guilt
about refusing to baby-sit anyone's kids, including your own grandkids. Your parental
obligation is to your children. After you have raised them into responsible adults, your
duties of child rearing and baby-sitting are finished. Let your children raise their own
offspring.

 มีความสุขกับหลาน ๆ (ถ้าคุณโชคดีมีสัก1 คน)  แต่อย่าทำตนเป็นคนเลี้ยงเด็กเต็มเวลา ไม่ต้องรับภาระขนาดนั้น อย่ารู้สึกผิดที่จะปฏิเสธการรับเลี้ยงลูกของใคร  แม้แต่หลานของคุณเอง  ภาระของคุณจบตั้งแต่เลี้ยงลูกของคุณจนโตเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว

5. Accept any physical weakness, sickness and other
physical pains… It is a part of the aging process. Enjoy
whatever your health can allow.

ยอมรับความเสื่อมของสังขาร ความเจ็บไข้ได้ป่วยต่าง ๆ มันก็แค่ความเจ็บป่วยธรรมดา มีความสุขสนุกสนานตามที่สุขภาพอำนวย

6. Enjoy what you are and what you have right now. Stop
working hard for what you do not have. If you do not have
them, it's probably too late… So, ignore them.

พอใจกับสิ่งที่มีที่เป็น  หยุดตะเกียกตะกายไขว่คว้าอะไรอีก  ถ้าป่านนี้คุณไม่มีมัน  มันก็สายเกินจะมีแล้ว ช่างมันเถอะ

7. Just enjoy your life with your spouse, children, grandchildren and friends. People
who truly love you, love you for yourself, not for what you have. Anyone who loves you
for what you have will give you just misery.

มีความสุขกับการอยู่กับคนรัก  ลูกหลาน และมิตรสหาย  คนที่รักคุณจริง รักคุณที่เป็นคุณ  ใครก็ตามที่รักคุณเพราะสมบัติ มีแต่จะนำความทุกข์มาให้

8. Forgive and accept forgiveness. Forgive yourself and others.
Enjoy peace of mind and peace of soul.

รู้จักอภัยและอโหสิ  ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น  จิตใจที่สงบก่อให้เกิดสุข

9. Befriend death… It's a natural part of the life cycle. Don't be afraid of it. Death is the
beginning of a new and better life. So, prepare yourself not for death but for a new life
with your good faith.

 หมั่นเจริญมรณสติ  ความตายเป็นสัจธรรมของชีวิต  อย่ากลัวมัน  ความตายเป็นเพียงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า   

10. Be at peace at all times. You will then live a
more healthier and happier life !!

มีเมตตาต่อกัน  แล้วคุณก็มีชีวิตที่ผ่องใสเป็นสุขขึ้น



--

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

สำนักระบายน้ำ กทม.เปิดเว็บเช็กสดๆ ระดับในคลอง-ถนนทั่วกรุง


       สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัท AMR Asia เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนทั่วไปตรวจสอบระดับน้ำในคลองและระดับน้ำบนถนนสายต่างๆ ในกรุงเทพมหานครแบบสดๆ ทันสถานการณ์ โดย'ระดับน้ำในคลอง' ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ http://dds.bangkok.go.th/Canal 'ระดับน้ำบนถนน' ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์http://dds.bangkok.go.th/Floodmon
       


-- 

รวมแอพอันตรายใน Facebook ที่คุณต้องรีบลบด่วน


ช่วงนี้ใครที่ใช้ facebook แทบทุกวัน ก็จะพบว่ามีเพื่อนๆบางคนส่งแอพแปลกประหลาดมาให้เราร่วมกันคลิกกันเยอะแยะมากมายเต็ม wall ไปหมด บางครั้งก็เป็นกิจกรรมเกม แต่บางครั้งแอพนี้แทบจะไร้สาระและน่ารำคาญมากๆ ซึ่งถ้าหากเรา เพิ่ม app บน facebook ที่เราไม่รู้จักละก็ นอกเหนือจะสร้างความรำคาญให้กับเพื่อนของคุณๆบน facebook แล้ว คุณก็อาจตกเป็นเหยื่อในการกระจายพวก Scamware บน facebook หรือตกเป็นเหยื่อโดนขโมยข้อมูลส่วนตัวได้

ตัวอย่างหนึ่งในแอพอันตรายอันตรายหลายๆแอพใน facebook
วันนี้จะขอนำเสนอรายชื่อ Application Facebook ที่คาดว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ facebook โดยทางเว็บไซต์ facerocks ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับรายงานข่าวด้านความปลอดภัยของ facebook นี้ ได้รวบรวมรายชื่อ Facebook Application ที่ถูกขึ้นเป็นแอพบัญชีดำ เพราะแอพเหล่านี้จะสร้างความก่อกวนแก่คุณ และเพื่อนๆของคุณบน facebook , อาจขโมยข้อมูลส่วนตัว และปล่อยไวรัสมัลแวร์กระจายต่างๆทาง facebook ได้ด้วย ซึ่งหากคุณมีแอพที่ตรงกับรายชื่อนี้ ให้ทำการลบแอพนี้ออกโดยเร็ว
รายชื่อแอพพลิเคชั่นอันตรายบน facebook ที่ทางเว็บไซต์ Facerocks ได้ประกาศเตือนขึ้นไว้เป็นบัญชีดำ ได้แก่
Are YOU Interested?
Get Revealed
Friends Secrets
ily or not
Would you rather
My Friend Secrets
Question Party
Friend Ville
friend.ly
tinychat
WAYN – Map Your Friends
Friends Photos
Daily Mood
——
21 Questions
love
21QUIZ12
Questions
THE FRIEND FIGHTING QUIZ
Best Looking Contest, etc.
tag friends <3
Best Friends
Are you my best friend ???
Truth Quiz
What Colour Are You!!!
Truths About You
หากพบแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ให้ทำการลบแอพนี้ออกทันทีโดยด่วนโดยเข้าไปตั้งค่าทางลิงค์นี้ เพื่อความปลอดภัยต่อตัวบัญชี facebook ของคุณ รวมทั้ง Facebook เพื่อนๆของคุณด้วย
ข้อมูลจาก Facerocks


-- 

สายด่วนช่วยเหลือน้ำท่วมและที่จอดรถฟรี ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้


สายด่วนช่วยเหลือน้ำท่วมและที่จอดรถฟรี ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้
สายด่วนช่วยเหลือน้ำท่วม
- ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ของรัฐบาลตั้งอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โทร 1111 กด 5
- กทม. เปิดรับสายผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ โทร. 1555 ตลอด 24 ชม.
- กรมทางหลวง เปิดสายด่วน 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานประชาสัมพันธ์ 0-2354-6530,0-2354-6668-76 ต่อ 2014, 2031 ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย สำนักบริหารบำรุงทาง 0-2354-6551
- ตำรวจทางหลวง สอบถามเส้นทาง โทร. 1193 ตลอด24 ชม.
- กระทรวงการคลัง สายด่วน โทร.1689
- สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอความช่วยเหลือน้ำท่วม โทร.1102
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)โทร.1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
-กรมชลประทาน (กรมชลฯ) สายด่วน สอบถามสถานการณ์น้ำ โทร.1460 ตลอด 24 ชั่วโมง
-บริการแพทย์ฉุกเฉิน และนำส่งโรงพยาบาล โทร.1669 ฟรี
-ศูนย์ความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท โทร.1146
-การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร.1690
-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร. 1129
-การท่าอากาศยานไทย กด โทร. 02-535-1111
- ไฟฟ้าขัดข้อง/เคลื่อนย้ายปลั๊กไฟฟ้า และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 ปทุมธานี 081-7014858 และ 081-8251343

สถานที่ให้บริการจอดรถยนต์ฟรี สำหรับผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 
1. ท่าอากาศยานดอนเมือง บริเวณอาคารจอดรถผู้โดยสารภายในประเทศ และ อาคารคลังสินค้าสูง 5 ชั้น รับรถได้ 3,000 คัน
2. ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต สอบถามได้ละเอียดได้ที่ 0-2958-0011 กด 0
3. ห้างสรรพสินค้า ซีคอนสแควร์ เปิดพื้นที่ดาดฟ้า ชั้น 6 รองรับรถได้ถึง 750คัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7-16 ตุลาคม นี้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร.02-721-8888 ต่อ 313 , 314 หรือ www.seaconsquare.com /www.twitter.com/seaconsquare / www.facebook.com/SeaconSquareFanPage
4. บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา เปิดให้บริการจอดรถฟรี ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า, บางนา, พระราม 2, พระราม 3, แจ้งวัฒนะ, รัตนาธิเบศร์, รามอินทรา, เชียงใหม่ แอร์พอร์ต,เชียงราย, ขอนแก่น, อุดรธานี, ชลบุรี และเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช
5. ตลาดนัด บานาน่าสแควร์ข้างๆ โลตัสลพบุรี และตึกจอดรถของห้างโลตัสอีก 8 ชั้น รวมจอดรถได้กว่า 1,500 คัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอู้ 089- 884-4839
6. ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ รองรับรถยนต์ได้ถึง 650 คัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-787-2191



-- 

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

คู่มือ รับสถานการณ์น้ำท่วม



เหตุการณ์ อุทกภัยที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมาได้ได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่น้ำท่วม โดยทางรัฐและหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องกรทำการป้องกันและฟื้นฟู ระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญก่อน อาจไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนได้อย่างทันที ดังนั้นประชาชนจึงควรมีความพร้อมในการเตรียมรับสถานการ์น้ำท่วมเพื่อป้องกัน และบรรเทาภัยที่จะเกิดขึ้นได้                        

การเตรียมการก่อนน้ำท่วม

การป้องกันตัวเองและความสียหายจากน้ำท่วม ควรมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพราะหากรอให้มีการเตือนภัยเวลามักไม่เพียงพอ รู้จักกับภัยน้ำท่วมของคุณ สอบถามหน่วยงานที่มีการจัดการด้านน้ำท่วม ด้วยคำถามดังต่อไปนี้
- ภายในละแวกใกล้เคียงในรอบหลายปี เคยเกิดน้ำท่วมสูงที่สุดเท่าไร
- เราสามารถคาดคะเนความเร็วน้ำหรือโคลนได้หรือไม่
- เราจะได้การเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะมาถึงเป็นเวลาเท่าไหร่
- เราจะได้รับการเตือนภัยอย่างไร
- ถนนเส้นใดบ้าง ในละแวกนี้ที่จะถูกน้ำท่วมหรือจะมีสิ่งกีดขวาง

การรับมือสำหรับน้ำท่วมครั้งต่อไป

1. คาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วม
2. ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขี้นตอนการอพยพ
3. เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด จากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย
4. เตรียมเครื่องมือรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉินแหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอร์รี่สำรอง
5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และควรทราบแหล่งวัตถุที่จะนำมาใช้
6. นำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง
7. ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับการประกันความเสียหาย
8. บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินและเก็บไว้ตามที่จำง่าย
9. รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ ถายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
10. ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่างทั้งหมด ถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
11. เก็บ บันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างไกลจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์
12. ทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สังเกตุได้ง่าย และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

ถ้าคุณคือพ่อแม่

- ทำหารซักซ้อมและให้ข้อมูลแก่บุตรหลานของคุณ ขณะเกิดน้ำท่วม เช่น ไม่สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำและอยู่ใกล้เส้นทางน้ำ
- ต้องการทราบหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานท้องถิ่น
- ต้องการทราบแผนฉุกเฉินสำหรับ โรงเรียนที่บุตรหลานเรียนอยู่
- เตรีมแผนการอพยพสำหรับครอบครัวของคุณ
- จัดเตรียมกระสอบทราย เพื่อกันน้ำไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือน
- ต้องมั่นใจว่าเด็กๆ ได้รับทราบแผนการรับสถานการณ์น้ำท่วมของครอบครัวและของโรงเรียน


การทำแผนรับมือน้ำท่วม

การจัดทำแผนรับมือน้ำท่วม จะช่วยให้คุณนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่จะต้องทำหลังได้รับการเตือนภัยเดินสำรวจทั่วทั้งบ้านด้วยคำแนะนำที่กล่าว มา พร้อมทั้งจดบันทึกด้วยว่าจะจัดการคำแนะนำอย่างไร ในช่วงเวลาที่ทุกๆ คนเร่งรีบและตื่นเต้นเนื่องจากภัยคุกคาม สิ่งที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้ก็คือ หมายเลขโทรศัพท์ต่างๆ ที่สำคัญไว้ในแผนด้วย

ถ้าคุณมีเวลาเล็กน้อยหลังการเตือนภัย :

สิ่งที่ต้องทำและมีในแผน
- สัญญาเตือนภัยฉุกเฉิน และสถานีวิทยุ หรือสถานีโทรทัศน์ที่รายงานสถานการณ์
- รายชื่อสถานที่ 2 แห่งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถพบกันได้หลังจากพลัดหลงโดยสถานที่แรกให้อยู่ ใกล้บริเวณบ้านและอีกสถานที่อยู่นอกพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง

ระดับการเตือนภัยน้ำท่วม

ลักษณะการเตือนภัยมี 4 ประเภท คือ
1. การเฝ้าระวังน้ำท่วม : มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในระหว่างสังเกตุการณ์
2. 
การเตือนภัยน้ำท่วม : เตือนภัยจะเกิดน้ำท่วม
3. 
การเตือนภัยน้ำท่วมรุนแรง : เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง
4. ภ
าวะปกติ : เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติหรือเป็นพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม
สิ่งที่คุณควรทำ : หลังจากได้รับการเตือนภัยจากหน่วยงานด้านเตือนภัยน้ำท่วม
1. ติดตามการประกาศเตือนภัยจากสถานีวิทยุท้องถิ่น โทรทัศน์หรือรถแจ้งข่าว
2. ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและคุณอยู่ในพื้นที่หุบเขาให้ปฎิบัติดังนี้
- ปีนขึ้นที่สูงให้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้
- อย่าพยายานำสัมภาระติดตัวไปมากเกินไป ให้คิดว่าชีวิตสำคัญที่สุด
- อย่าพยายามวิ่งหรือขับรถผ่านบริเสณน้ำหลาก
3. ดำเนินการตามแผนรับมือน้ำท่วมที่ได้วางแผนไว้แล้ว
4. ถ้ามีการเตือนภัยการเฝ้าระวังน้ำท่วมจะยังมีเวลาในการเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม
5. ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมและคุณอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง
ควรปฎิบัติดังนี้
- ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก๊ซถ้าจำป็น
- อุดปิดช่องน้ำทิ้งอ่างล่างจาน
- พื้นที่ห้องน้ำและสุขภัณฑ์ที่น้ำสามารถไหลเข้าบ้าน
- อ่านวิธีการที่ทำให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่ออยู่นอกบ้าน
- ล็อคประตูบ้านและอพยพขึ้นที่สูง
- ถ้าไม่มีที่ปลอดภัยบนที่สูง ให้ฟังข้อมูลจากวิทยุหรือโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานที่หลบภัยของหน่วยงาน
6. หากบ้านพักอาศัยของคุณไม่ได้อยู่ในที่น้ำท่วมถึง

- อ่านวิธีการที่ทำให้ความปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้าน

7. หากบ้านพักอาศัยของคุณไม่ได้อยู่ในที่น้ำท่วมถึงแต่อาจมีน้ำท่วมในห้องใต้ดิน
- ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องใต้ดิน
- ปิดแก็ซหากคาดว่าน้ำจะท่วมเตาแก็ซ
- เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นข้างบน
- ห้ามอยู่ในห้องใต้ดิน เมื่อมีน้ำท่วมถีงบ้าน

น้ำท่วมฉับพลัน

คือ น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากในบริเวณที่ลุ่มต่ำ ในแม่น้ำ ลำธารหรือร่องน้ำที่เกิดจากฝนที่ตกหนักมากติดต่อกันหรือจากพายุฝนที่เกิดซ้ำที่หลายครั้ง น้ำป่าอาจเกิดจากที่สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ เช่น เขื่อนหรือฝายพังทลาย
- ถ้าได้ยินการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันให้วิ่งไปบนที่สูงทันที
- ออกจารถและที่อยู่ คิดอย่างเดียวว่าต้องหนี
- อย่าพยายามขับรถหรือวิ่งย้อนกลับไปทางที่ถูกน้ำท่วม


ปลอดภัยไว้ก่อนเมื่ออยู่นอกบ้าน

- ห้ามเดินตามเส้นทางที่น้ำไหล
มีผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตจากจมน้ำตายในขณะที่น้ำกำลังมาความสูงของน้ำแค่ 15 ซม. ก็ทำให้เสียหลักล้มได้ ดังนั้นถ้ามีความจำเป็นต้องเดินผ่านที่น้ำไหลให้ลองนำไม้จุ่มเพื่อวัดระดับ น้ำก่อนทุกครั้ง
- ห้ามขับรถในพื้นที่ที่กำลังโดนน้ำท่วม
การ ขับรถในพื้นที่ที่น้ำท่วมมีความเสียงสูงมากที่จะจมน้ำ หากเห็นป้ายเตือนตามเส้นทางต่างๆ ห้ามขับรถเข้าไปเพราะอาจมีอันตรายข้างหน้า น้ำสูง 50 ซม. พัดรถยนต์จักรยสานยนต์ให้ลอยได้
- ห้ามเข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าและสาย :
กระแส ไฟฟ้าสามารถวิ่งผ่านได้ เมื่อเกิดน้ำท่วมแต่ละครั้งจะมีผู้เสียชีวิต เนื่องจากไฟดูดมากกว่าสาเหตุอื่นๆ เมื่อเห็นสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดเสียหายกรุณาแจ้ง 191 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หลังน้ำท่วม

3 ขั้นตอนที่คุณควรทำในวันแรก ๆ หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 1 : เอาใจใส่ตัวเอง

หลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม คุณและครอบครัวอาจเกิดความซึมเศร้า และต้องใช้เวลากลับสู่ภาวะปกติอย่าลืมว่าเหตุการณ์น้ำท่วมนั้นอาคารบ้าน เรือน ได้รับความเสียหาย คุณต้องดูแลตัวเองและครอบครัว พร้อมกับการบูรณะบ้านให้กลับบ้านเหมือนเดิม อุปสรรคที่สำคัญคือ ความเครียด รวมทั้งปัญหาอื่น เช่น นอนหลับยาก ฝันร้ายและปัญหาทางกาย โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งคุณและครอบครัวควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
1. ให้เวลากับครอบครัวเพราะความอบอุ่นในครอบครัวอาจช่วยเยี่ยวยารักษาได้ดี
2. พูดคุยปัญหากลับเพื่อนและครอบครัว ร่วมแบ่งปันความกังวลจะช่วยให้ได้ระบายและผ่อนคลายความเครียด
3. ผักผ่อนและกินอาหารที่เป็นประโยชน์ เพราะมีปัญหาทั้งความเครียดและทางกายเพิ่มขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ
4. จัดรำดับสิ่งที่จำเป็นต้องทำตามลำดับก่อนหลังและค่อย ๆ ทำ
5. ขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์เมื่อเกิดอาการซึมเศร้าจนที่จะรับมือได้
6. ดูแลเด็กๆให้ดี และโปรดเข้าใจเด็กมีความตื่นกลัวไม่แพ้กัน และอย่าตำหนิเด็กที่มีพฤติกรรมแลก ๆ หลังจากน้ำท่วม เช่น ฉี่รดที่นอน ดูดนิ้วโป้งหรืเกาะคุณอยู่ตลอดเวลา จำไว้ว่าเด็กพึ่งผ่านเหตุการณ์ที่รุนแรงในชีวิต
7. ระวังเรื่องสุขอนามัย เมื่ออยู่ในพื้นที่เคยน้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 2 การจัดการดูแลบ้านของคุณ

ที่ผ่านมามีผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตเนื่องจากน้ำท่วมส่วนใหญ่เกิดจากถูกไฟดูด หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากน้ำลดสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อกลับบ้านคือ การตรวจสอบความปลอดภัย ก่อนเข้าบูรณะและอยู่อาศัย โดยมีขั้นตอนดังนี้
1.ปรับจูนคลื่นวิทยุโทรทัศน์ ฟังรายงานสถานการณ์
2.ติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และซ่อมแซมทรัพย์สินต่าง ๆ
3.เดินตรวจตารอบ ๆ บ้าน และเซ็คสายไฟฟ้า สายถังแก็สโดยถ้าหากเกิดแก็สรั่วจะสามารถรู้ได้จากกลิ่นแก็สให้ระวังและรีบ โทรแจ้งร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่าย
4.ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้าง ตัวบ้าน ระเบียง หลังคา ให้แน่ใจว่าโครงสร้างทุกอย่างปลอดภัย
5.ตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายเข้าบ้าน
6.ปิดวาล์วแก็สให้สนิทหากได้กลิ่นแก็สรั่วก่อไม่ควรเข้าใกล้บริเวณนั้น
7.เข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง แลพอย่าใช้วัสดุที่ทำให้เกิดประกายไฟ
8.ถ่ายรูปความเสียหาย เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากประกัน (ถ้ามี)
9.เก็บกู้สิ่งของที่มีค่า และห่อหุ้มรูปภาพหรือเอกสารสำคั
10.เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เปิดหน้าต่างและประตู เพื่อระบายอากาศ และตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
11.ซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย
12.เก็บกวาดกิ่งไม้หรือสิ่งปฏิกูลในบ้าน
13.ตรวจ หารอยแตกหรือรั่วของท่อน้ำถ้าพบให้ปิดวาฃ์วตรงมิเตอร์น้ำ และไม่ควรดื่มและประกอบอาหารด้วยน้ำจากก๊อกน้ำ จนกว่าจะรู้ว่าสะอาดและปลอดภัย
14 ระบายน้ำออกจากห้องใต้ดินอย่างช้า ๆ เนื่องจากแรงดันน้ำภายนอกอาจจะมากจนทำให้เกิดรอยแตกของผนังหรืพื้นห้องใต้ดิ
15.กำจัดตะกอนที่มาจากน้ำเนื่องจากเซื้อโรคส่วนมากมักจะมาจากตะกอน

โรคที่มากับน้ำท่วม

โรคน้ำกัดเท้าและผื่นคัน

เกิด ขึ้นได้ก็เพราะผิวหนังเท้าของเรา โดยเฉพาะที่ง่ามเท้าเกิดเปียกชื้นและสกปรก เวลาที่เท้าสกปรก สิ่งสกปรกจะเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เชื้อราหรือเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ ดี เท้าที่แช่น้ำหรือเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ผิวหนังที่เท้าอ่อนส่วนผิว ๆของหนังจะเปื่อยและหลุดออก เศษผิวหนังที่เปื่อยนี้จะทำให้เชื้อโรคที่ปลิวไปปลิวมาเกาะติดได้ง่าย และผิวที่เปื่อยก็เป็นอาหารของเชื้อราได้ดี เชื้อราจึงไปอาศัยทำให้เกิดแผลเล็กๆขึ้นตามซอกนิ้วเท้าเกิดเป็นโรคน้ำกัด เท้าขึ้น
โรคน้ำกัดเท้า มักพบว่ามีอาการคันและอักเสบตามซอกนิ้วเท้า (หรือนิ้วมือ) และถ้ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนด้วย ก็จะทำให้อักเสบเป็นหนอง และเจ็บปวดจนเดินลำบากได้

ไข้หวัด

ไข้หวัดเป็นการติดเชื้อของจมูก และคอ บางครั้งเรียก upper respiratory tract infection URI เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งรวมเรียกว่า Coryza viruses ประกอบด้วย Rhino-viruses เป็นสำคัญ เชื้อชนิดอื่นๆมี Adenoviruses, Respiratory syncytial virus เมื่อเชื้อเข้าสู่จมูก และคอจะทำให้เยื่อจมูกบวม และแดง มีการหลังของเมือกออกมาแม้ว่าจะเป็นโรคที่หายเองใน 1 สัปดาห์แต่เป็นโรคที่นำผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุดโดยเฉลี่ยเด็กจะเป็นไข้ หวัด 6-12 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่จะเป็น 2-4 ครั้ง ผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายเนื่องจากใกล้ชิดกับเด็ก คนสูงอายุอาจจะเป็นปีละครั้ง

โรคเครียดวิตกกังวล

ความเครียดเป็นระบบเตือนภัยของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การมีความเครียดน้อยเกินไปและมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่เข้าใจว่าความเครียดเป็นสิ่งไม่ดีมันก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง มือเท้าเย็น แต่ความเครียดก็มีส่วนดีเช่น ความตื่นเต้นความท้าทายและความสนุก สรุปแล้วความเครียดคือสิ่งที่มาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตซึ่งมี่ทั้ง ผลดีและผลเสีย

โรคตาแดง

โรคตาแดงเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตา(conjuntiva)ที่คลุมหนังตาบนและล่างรวมเยื่อบุตา ที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจจะเป็นแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีบ ไวรัส Chlamydia trachomatis ภูมิแพ้ หรือสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส มักจะติดต่อทางมือ ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวโดยมากใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์ ตาแดงจากโรคภูมิแพ้มักจะเป็นตาแดงเรื้อรัง มีการอักเสบของหนังตา ตาแห้ง การใช้contact lens หรือน้ำยาล้างตาก็เป็นสาเหตุของตาแดงเรื้อรัง

โรคอุจาจระร่วง

โรคอุจจาระร่วง หมายถึง ภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลว จำนวน 3 ครั้งต่อกันหรือมากกว่า หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้ง ใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อในลำไส้จากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอนพยาธิ สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชนในประเทศไทยมักจะหาสาเหตุของเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการ อุจจาระร่วงไม่ได้ ก็จะให้การวินิจฉัยจากอาการ อาการแสดงและลักษณะอุจจาระได้แก่ บิด (Dysentery) อาหารเป็นพิษ (Food poisoning) ไข้ทัยฟอยด์ (Typhoid fever) เป็นต้น ในกรณีที่มีอาการของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันไม่ใช่โรคดังกล่าวข้างต้น และอาการไม่เกิน 14 วัน ก็จะรายงานเป็นโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea)

แหล่งให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมและหมายเลขสอบถามข้อมูลน้ำท่วมต่าง ๆ

1. ศูนย์รับบริจาคสิ่งของโคราช
- หากต้องการบริจาคสิ่งของ ให้ไปที่ศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมานะคะ
- ต้องการบริจาคเงิน ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 044-259-996-8, 044-259-993-4 หรือโอนมาได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นครราชสีมา” เลขบัญชี 301-0-86149-4

2. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา
- สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-342652-4 และ 044-342570-7

3. โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา
- สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-251-2188 ตลอด 24 ชั่วโมง
- ทางโรงพยาบาลมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด นมกล่อง และอาหารแห้ง รวมทั้งของใช้เบ็ดเตล็ดผู้ป่วย เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย เป็นจำนวนมาก
- สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา” เลขที่บัญชี 301-3-40176-1

4. กรมอุตุนิยมวิทยา
- เว็บไซต์ tmd.go.th
- สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182
- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร (AM 1287 KHz) โทร. 02-383-9003-4, 02-399-4394
- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา (FM 94.25 MHz)โทร. 044-255-252
- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.พิษณุโลก (FM 104.25 MHz) โทร. 055-284-328-9
- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ระยอง (FM 105.25 MHz) โทร. 038-655-075, 038-655-477
- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต (FM 107.25 MHz) โทร. 076-216-549
- สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (FM 94.25 MHz) โทร. 077-511-421

5. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- เว็บไซต์ disaster.go.th
- สายด่วนนิรภัย หมายเลขโทรศัพท์ 1784
- ขบวนช่วยเหลือน้ำท่วมออกเรื่อย ๆ ขอรับบริจาคเน้นไปที่ น้ำ, ยาแก้ไข้, เสื้อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-7450-6 แผนที่คลิกที่นี่

6. กรุงเทพมหานคร
- สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาคารศาลาว่าการกทม.1 (เสาชิงช้า), ศาลาว่าการกทม.2(ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯ 50 แห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6858

7. สภากาชาดไทย
- สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603
- สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เลขที่บัญชี 045-3-04190-6 แล้วแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่มาที่ สำนักงานการคลัง สภากาชาดไทย ถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน หมายเลขโทรสาร 02-250-0120 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-256-4066-8
- สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 1871 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หากมาจากถนนพระราม 4 ให้เลี้ยวตรงแยกอังรีดูนังต์ เมื่อเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ให้ชิดซ้ายทันที เนื่องจากอยู่ต้นๆถนน (ทางด้านพระราม 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-7853-6 ต่อ 1603 หรือ 1102 หากเป็นวันหยุดราชการ ต่อ 1302 , 02-251-7614-5 หมายเลขโทรสาร 02-252-7976
- สามารถลงทะเบียนร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ที่ http://www.rtrc.in.th/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603 มาช่วยแพ็คชุดธารน้ำใจ หรือช่วยขนพวกข้าวสารอาหารแห้งขึ้นรถบรรทุก แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องการผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถยกของหนักได้ (เพราะงานค่อนข้างหนัก และต้องยกของหนัก) เป็นผู้ชายก็จะดีมาก หากเราต้องการกำลังพล จะโทรศัพท์ไปติดต่อว่าจะสะดวกมาในวันที่เราแพ็คของหรือไม่ เป็นราย ๆ ไป 


ข้อมูลจาก http://www.cendru.net

 

18 คำตอบ เวลาที่คุณรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง

เวลา ที่เราอ่อนเพลีย เรามักโทษความเครียดและการนอนน้อย แต่ยังมีสิ่งผิดปกติอื่นอีกที่สามารถสูบพลังจนหมดตัวคุณได้ โชคดีที่เรามีวิธีเรียกพลังใจและกายกลับคืนมา
1.ใช้โทรศัพท์มากเกินไป คุณ จะเสียน้ำในร่างกายไปทางปากขณะพูด ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า “phone-fatigue” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพนักงานตามศูนย์บริการลูกค้า อาการขาดน้ำทำให้เลือดแข็งตัวและลดปริมาณออกซิเจนในระบบที่เป็นตัวให้ พลังงาน ดังนั้น ถ้าคุณใช้โทรศัพท์นาน ควรดื่มน้ำมากๆ ระหว่างคุย
2.ความดันเลือดต่ำ
ความ ดันเลือดต่ำคือสาเหตุใหญ่ที่คุณหมดแรง แพทย์ยังไม่รู้ว่าทำไม แต่เป็นไปได้ว่ามันทำให้เลือดส่งไปยังสมองไม่เต็มที่ ซึ่งอาจทำให้อ่อนเพลีย อาการที่พบได้บ่อยที่สุดในคนที่มีความดันเลือดต่ำคือ รู้สึกหน้ามืดเวลาลุกขึ้นปุปปับ หรือเวลายืนนานๆ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์
3.เล่นเน็ตถึกเกินไป
ฮอร์โมน เมลาโทนินจะกระตุ้นให้เรานอนหลับ แต่แสงจากจอคอมพิวเตอร์ อาจทำให้เราหลับยาก โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังดูสิ่งที่สนใจอยู่ ซึ่งทำให้คุณมักนอนดึก และมีเวลานอนหลับน้อยลง ให้คุณทำอย่างอื่นที่ผ่อนคลายกว่า เช่น อ่านหนังสือแล้วดูสิว่าคุณจะตื่นตัวมากกว่าเดิมในวันใหม่หรือเปล่า
4.กินอาหารไม่เต็มที่ 
การ เฝ้ารออาหารจะเพิ่มปริมาณน้ำย่อย และทำให้เราดูดซับสารอาหารได้มากขึ้น ที่มันเกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียก็เพราะการขาดธาตุเหล็กคือหนึ่งในสาเหตุของ ความอ่อนเพลียที่พบมากในผู้หญิง ดังนั้นไม่ว่าอะไรที่เพิ่มระดับสารอาหารให้คุณ ก็จะเพิ่มพลังใจและกายให้ด้วย
5.ไม่ออกกำลัง 
นัก วิจัยพบว่าคนที่ออกกำลังอย่างน้อย 20 นาที แม้จะแค่อาทิตย์ละครั้งก็จะรู้สึกอ่อนเพลียน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังเลย ประมาณ 30% ถ้าเห็นว่าออกกำลังเป็นเรื่องยากเกินไป ให้คุณกินผักและผลไม้เพิ่ม คนที่กินผักผลไม้อย่างน้อย 4-5 จานต่อวันจะออกกำลังได้อย่างสบายๆ
6.อิทธิพลของเดือนเกิด
ถ้า คุณเกิดเดือนธันวาคม หรือมกราคม จะอ่อนเพลียใหนช่วงเย็นมากกว่าคนที่เกิดเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมที่จะขี้เซาในยามเช้า นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การสัมผัสของแสงแดดยามเช้าประมาณ 15 นาที จะทำให้คนประเภทหลังตาสว่าง ส่วนกาแฟยามบ่ายจะเพิ่มพลังให้กับคนประเภทแรก
7.กรามแข็ง 
คุณ สามารถใส่นิ้ว 3 นิ้วเรียงเป็นแนวตั้งเข้าปากพร้อมกันหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ คุณคงมีปัญหาที่เรียกว่าโรค TMJ (temporomandi bular joint) แพทย์บอกว่ามันคือความไม่สมดุลระหว่างกล้ามเนื้อใกล้กราม และตำแหน่งของฟัน อาการทั่วไปคืออ่อนเพลียและปวดหัว ปวดคอ หรือไหล่ ควรปรึกษาทันตแพทย์
8.ธรณีหน้าต่างสกปรก
จาก การวิจัยพบว่า 88% ของบ้านทั่วไปจะมีราขึ้นตามหน้าต่าง และการแพ้เชื้อราเหล่านี้เองคือ สาเหตุหนึ่งของความอ่อนเพลีย ใช้ผงซักฟอกทำความสะอาดและตรวจดูผ้าม่านอาบน้ำของคุณด้วยว่ามีราหรือเปล่า
9.ไม่ได้เอาผ้าห่มไปผึ่งแดด 
ระดับ ความขึ้นสูงทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี มันอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามหลอดลมในปอด ทำให้หายใจติดขัดและนอนหลับไม่สนิท และเป็นสาเหตุของความอ่อนเพลียในวันต่อมา นำผ้าห่มผึ่งแดดเป็นประจำ เมื่อความชื้นหมดไป ก็ไม่มีไรฝุ่น
10.เชื่องช้า งุ่มงาม ร่างกายจะใช้พลังงานมากขึ้นเมื่อคุณงุ่มง่าม เพราะปริมาณกลูโคสเข้าสู่สมองน้อยลง คุณเลยอ่อนเพลีย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดทำได้โดยเหวี่ยงแขนไปหน้าและหลัง สลับทีละแขน
11.อยู่ใกล้คนมองโลกในแง่ร้าย
คน ที่มองทุกอย่างในแง่ร้ายจะฉุดพลังคุณหดหายไปด้วย เพื่อลดอิทธิพลของพวกเขา ให้จินตนาการว่าคุณกำลังใส่เสื้อคลุมสีดำเวลาคุยกัน ก็จะยับยั้งไม่ให้คุณดูดพลังแง่ลบจากพวกเขาได้
12.อยู่ใกล้เครื่องใช้ ไฟฟ้ามากเกินไป
ขั้ว บวกที่มาจากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ หรือเครื่องปรับอากาศอาจกระตุ้นให้เกิดฮอร์โมนที่ทำให้เราอ่อนเพลียและซึม เศร้า ให้เสียบปลั๊กตัวแปลงขั้วไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระดับของขั้วลบที่เสริมพลังในอากาศ
13.ลืมดื่มกาแฟตอนเช้า
ถ้า คุณไม่ได้ดื่มกาแฟยามเช้า พลังกายและใจอาจตกวูบในวันนี้ จากงานวิจัยพบว่า ผู้ร่วมวิจัย 50% มีอาการอ่อนเพลียถ้าไม่ได้ดื่มกาแฟถ้วยแรกของวัน ซึ่งมีถึง 13% ที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
14.บ้านรก 
ผู้ เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยบอกว่ากองสิ่งของรกเกะกะจะทำให้สถานที่นั้นขาดพลังและ กระตุ้นให้คุณขาดพลังไปด้วย คุณไม่ต้องถึงกับเก็บทุกอย่างในทันที แค่สะสางพื้นที่อาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้


แม้ ว่าการเจ็บหน้าอกคือสัญญาณหลักๆ บอกถึงอาการโรคหัวใจ แต่สำหรับเพศหญิง สัญญาณนั้นอาจเป็นความอ่อนเพลีย ซึ่งมีมากถึง 70% ที่อ่อนเพลียภายในเดือนนั้น ก่อนหัวใจกำเริบ สัญญาณอื่นๆอาจรวมถึงการนอนไม่หลับ หายใจขาดห้วง อาหารไม่ย่อยและความเครียด 43% ของผู้หญิงไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลย แม้โรคหัวใจจะกำเริบก็ตาม พบผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนเป็นโรคหัวใจน้อยมาก แต่ถ้าคุณรู้สึกไม่ดี ควรตรวจร่างกาย โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่ ความดันเลือดสูง คลอเรสเตอรอลสูง เป็นเบาหวาน หรือคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
16.กลั้นหาว 
การหาวเป็นวิธี ธรรมชาติที่ร่างกายของเรากระตุ้นให้เราตื่น นักจิตวิทยาบอกว่าการเคลื่อนไหวของกรามจะบีบหลอดเลือดบนใบหน้า ซึ่งส่งเลือดไปยังสมอง การกลั้นหาวจึงเป็นการยับยั้งกระบวนการนี้และทำให้คุณยิ่งง่วงนอนมากขี้น
17.ใช้ชีวิตตามตาราง 
ตาราง กิจกรรมที่เตือนคุณทุกอย่างว่าต้องทำอะไรบ้างคือตัวดูดพลังชั้นดี นักวิจัยพบว่าคนที่คิดว่าเขาทำอะไรไปได้มากแค่ไหนมักจะอ่อนเพลียง่ายกว่าคน ที่ทำสิ่งที่ต้องทำไปเรื่อยๆ
18.หมอนเก่าเกินไป
ถ้า หมอนของคุณยวบยาบไม่แข็งพอ จะทำให้ลำคอของคุณไม่ได้ระนาบเดียวกับลำตัว ซึ่งไม่เพียงทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวซึ่งทำให้คุณนอนไม่หลับแล้ว ยังไปกีดขวางระบบการหายใจเวลาคุณหลับด้วยถ้าหมอนของคุณอ่อนนิ่มจนโอบรอบแขน คุณได้ ก็ถึงเวลาซื้อใบใหม่แล้ว

ขอขอบคุณ ที่มา:นิตยสาร cleo

ดูข่าวสถานการณ์น้ำท่วม ดูสด


เปิดจาก Chrrome ได้ครับ แต่ต้องปรับ speed net เป็น auto ครับ

http://www.dcs-digital.com/nation/indexwmv.php?bitrate=256#

Holidays 2555

ประกันการเดินทาง

คุณค่า ของบทเรียนชีวิต

ขับรถขณะน้ำท่วม..ทำไงดี

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

10 วิธีลดปัญหาการใช้คอมพิวเตอร์


สำหรับมือใหมมือเก่าทุกท่าน

การจะใช้งานคอมพิวเตอร์ให้มีปัญหาน้อยลง หรือไม่มีเลยเป็นเรื่องค่อนข้างทำได้ยากมากๆ โดยเฉพาะกับคนที่ใช้งานทั้งทางด้านเอกสารและอีเมล อินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำ ข้อควรทำ และ ข้อห้าม ในการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างง่ายๆ ซึ่งถ้าทำได้ จะทำให้สามารถลดปัญหาคอมพิวเตอร์ได้ไม่มากก็น้อย? ไม่เชื่ออย่าลบหลู่..

10 วิธีลดปัญหาการใช้คอมพิวเตอร์

  1. เปิด-ปิด Windows ให้ถูกวิธี อันนี้สำคัญมากๆ เพราะการใช้งานเริ่มต้นที่ผิดวิธี สามารถทำให้เกิดปัญหาใหญ่ได้ด้วย
    • เปิด Windows การเปิด Windows ก็เพียงกดปุ่ม Power หรือกดสวิทซ์ On ที่เครื่องคอมฯ และระหว่างที่มีการเปิด Windows อยู่ ห้ามปิดสวิทซ์อย่างเด็ดขาด (จะรีบกลับบ้านหรือ..อะไรก็ตาม) เพราะจะทำให้ Windows เสียหายได้ ต้องรอให้ขึ้นหน้าของ Windows แบบปกติ และสั่ง Shutdown ใหม่
    • ปิด Windows ให้เลือกคำสั่ง Shutdown และถ้าระหว่างการ shutdown มีข้อความว่ากำลังติดตั้ง Windows Update อยู่ให้รอจนกระทั่งเสร็จ ห้ามกดปุ่ม Power เพื่อให้เครื่องปิดไป เพราะ Windows อาจไม่สามารถกลับมาใช้งานได้
  2. ติดตั้งคอมพิวเตอร์ให้ถูกที่? โดยเฉพาะกับคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ที่ไม่ควรติดตั้งคอมพิวเตอร์ให้ใกล้กับฝาผนังมากเกินไป เพระจะทำให้การระบายความร้อนไม่ดีพอ อายุการใช้งานจะสั้นลงได้
  3. ติดตั้งเครื่องสำรองไฟ หรือ UPS สิ่งนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะกับหลายๆ พื้นที่ที่ไฟตก หรือดับบ่อย ถ้าระหว่างที่เราทำงาน Windows อยู่แล้วไฟดับกระทันหัน โอกาสที่จะทำให้ Windows ไม่ทำงานสูงมาก หรือที่แย่ไปกว่านั้น hardware บางตัว อาจเสียหายได้ด้วยโดยเฉพาะกับ Hard Disk
  4. ลบไฟล์ขยะในเครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการทำงาน รวมทั้งสามารถลดปัญหาไวรัส และสปายแวร์ได้อีกด้วย ดีอย่างนี้ ทำไมไม่ทำกันครับ แนะนำให้ทำทุกวันเลยยิ่งดี
  5. ถอดถอนโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งาน หรือ Uninstall/ Remove การถอดถอนโปรแกรมที่ไม่ใช้งาน ช่วยให้การทำงานได้คอมพิวเตอร์ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะกับเครื่องคอมฯ ที่มี hard disk น้อยๆ หรือบางโปรแกรมมักมีการโหลดขึ้นมาในระหว่างการเปิดเครื่อง ทำให้ลดการใช้งาน Memory ได้ด้วย
  6. ตรวจสอบไฟล์ที่ใช้งานจากภายนอก (Flash Drive / USB Hard disk หรือ Share Drive) ด้วยโปรแกรม anti-virus ก่อนการใช้งานเสมอ? ลดปัญหาได้มากๆ? เพราะเราไม่รู้ว่าไฟล์ที่เราได้รับนั้น มีไวรัสแฝงอยู่หรือไม่
  7. ตั้ง Password ก่อนการใช้งาน Windows? ลดปัญหาไวรัสได้ด้วย เพราะไวรัสบางตัวสามารถผ่านทางระบบเครือข่ายภายใน?network เข้ามา และถ้าเราไม่มี Password ป้องกัน ไวรัสก็สามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
  8. ตั้ง Password ในโปรแกรม Screen Saver เวลาไม่อยู่ที่โต๊ะทำงานนานๆ เราสามารถสั่งให้โปรแกรม Screen Saver แสดงได้ และสามารถกำหนดให้ใส่ password ได้ด้วย ทำให้คนอื่นไม่สามารถเข้ามาใช้งานเครื่องคอมฯ ของเรา ระหว่างที่เราไม่อยู่ได้ด้วย
  9. กดปุ่มบนคีย์บอร์ดเบาๆ? คอมพิวเตอร์สามารถรับรู้คำสั่งด้วยการสัมผัสเบาๆ ได้ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องกระแทกแป้นพิมพ์ หรือคีย์บอร์ดแรงๆ หรอกน่ะครับ จะทำให้กลไกของเครื่องคอมฯ เสียหายเปล่าๆ ?
  10. ทำความสะอาดเสียบ้าง เพียงแค่เป่าฝุ่นบ้าง โดยเฉพาะกับคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ลองเปิดฝาครอบดู ว่ามีหยากไย่ ใยแมงมุง มากน้อยแค่ไหน นำไปเป่าฝุ่นออกบ้าง แค่นี้ก็ลดความร้อนของเครื่องคอมฯ ได้อย่างมากเลยทีเดียว
เรื่องง่ายๆ เหล่านี้ เชื่อว่าเราสามารถทำได้ ถึงแม้จะไม่ครบทุกข้อ แต่ก็ลองนำไปใช้งานกันดูน่ะครับ อย่างน้อยทำไป ก็ไม่เสียหายอะไรสักหน่อย.. แต่ผลที่ได้เกินคุ้มครับ

--