วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

23. หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ


23. หลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ (พระโพธิธรรมาจารย์เถร) - วัดป่าเขาน้อย ต.เสม็ด อ.เมือง บุรีรัมย์

- พระอริยเจ้าผู้หลุดพ้นด้วยอิริยาบถเดิน
- ท่านเป็นศิษย์ต้นของพระอ.ฝั้น และท่านได้รับโอวาทจากพระอ.มั่นว่า "คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ของเล่น ถ้าทำเล่นจะไม่เห็นของจริง"
- ท่านเป็นพระที่รักสันโดษ โดดเดี่ยว ปลีกวิเวก, มีจิตฝังลึกลงในธรรมของพระตถาคตด้วยศรัทธา, มีเหตุผลมั่นคง, ปรารถนาจะบวชตั้งแต่เยาว์วัย
- ชอบท่องเที่ยวจาริกธุดงค์ทั่วประเทศและต่างประเทศ, ไม่ยึดติดหมู่คณะ, ไม่ติดสถานที่, ไม่คลุกคลีกับใคร เหมือนนกตัวน้อยๆโผปีกทะยานสู่โลกกว้าง ไม่อาลัยสิ่งใดๆ
- ท่านเป็นพระ "เอเกโก ว" ชอบเที่ยวไปผู้เดียว, บางทีท่านเดินธุดงค์ถึง 2 รอบ จากสกลนครไปทางอุบล ลงไปนครราชสีมา - แล้วย้อนกลับมาทางอุดรแล้วเข้าสกลตามเดิม
- คราวถวายเพลิงศพพระอ.มั่นเสร็จ ท่านเป็นผู้นำออกธุดงไปอ.น้ำโสม อุดร โดยมี พระอ.วัน, พระอ.จวน, พระอ.สิงห์ทอง, พระอ.คำพอง, พระอ.บุญเพ็ญ เขมาภิรโต, พระอ.ประยูร ติดตาม

- ท่านถึงที่สุดแห่งธรรมปี 2515-2524 ที่ถ้ำศรีแก้ว สกลนคร ด้วยอิริยาบถเดิน ขณะกลับกุฏิ
- ท่านเล่าว่า "คำเทศน์ของหลวงปู่ฝั้น และหลวงตามหาบัว เป็นหัวใจอันสำคัญที่นำท่านไปสู่อุดมธรรม"
- ท่านได้นำพระธรรมที่บรรลุรู้ไปประกาศกังวานไกลถึงต่างแดน เป็นที่เลื่อมใสของชาวต่างชาติ
- ท่านเป็นพระ "ปาสาณเลขูปโม" คือสลักความดีลงบนแผ่นหิน คือหัวใจอันแข็งแกร่ง ไม่มีใครสามารถลบทิ้งไปได้ ถูกจารึกตลอดอนันตกาล

- เกิดวันศุกร์ 29 สค.2462 - บ้านตากูก สุรินทร์
- ท่านเป็นช่างทอง วันหนึ่งท่านนั่งกลางทุ่งนาเห็นพระธุดงค์เดินผ่าน เมื่อได้สนทนาเกิดความเลื่อมใส จึงตั้งความปรารถนาไว้ว่า "กาลข้างหน้าจะต้องออกบวชเป็นพระธุดงค์"

- วันหนึ่ง มีผู้หญิงท้องแก่ คลอดก่อนกำหนด ไม่มีใครอยู่ในหมู่บ้าน เธอร้องขอความช่วยเหลือ น้ำคร่ำไหลออกเต็มไปหมด - ท่านไปเห็นจึงได้เข้าไปช่วยเหลือ ช่วยจับ ช่วยดึง ช่วยบอกให้เบ่งๆๆ - สงสารก็สงสาร สังเวชก็สังเวช ทั้งเลือดทั้งคนปะปนออกมา ความเกิดเป็นทุกข์ประจักษ์ใจแบบไม่มีวันลืม เกิดความเบื่อหน่ายในกามขึ้นมาทันใด ได้กระทำไว้ในใจว่า"สักวันหนึ่งจะต้องออกบวชอย่างแน่นอน"

- 2481 อายุ 19 บรรพชาเป็นสามเณรมหานิกาย บวช 1 ปีลาสิกขามาช่วยบิดาทำงาน-2482 อายุ 20 บวชพระมหานิกาย และแสวงหาอาจารย์ ได้พบพระอ.ฝั้น อาจาโร ที่วัดป่าศรัทธาราม นครราชสีมา เกิดความเลื่อมใสท่านอ.ฝั้นยิ่งนัก จึงขอญัตติเป็นธรรมยุต 2484 - ได้ฉายา "สุวโจ" แปลว่า "ผู้ว่ากล่าวตักเตือนง่าย"
- ญัตติแล้วจำพรรษาและศึกษากับพระอ.ฝั้น และพระอ.มหาปิ่น จากนั้นติดตามพระอ.ผั่น ปาเรสโก ออกธุดงค์ไปทางพระธาตุพนม
- ธุดงค์ไปกาฬสินธ์ ขึ้นเทือกเขาภูพาน เข้าพักวัดบ้านหนองผือ กราบนมัสการพระอ.มั่น ท่านให้โอวาทว่า
"อาจารย์ของเธอคือพระอาจารย์ฝั้น ตอนนี้ก็แก่มากแล้ว สมควรที่เธอจะต้องทดแทนบุญคุณ เธอไม่ต้องมาอยู่กับเราที่นี่ ให้ไปปฏิบัติท่านอาจารย์ฝั้น ศึกษาและปฏิบัติกับท่านฝั้นก็เป็นที่เพียงพอแล้ว"
- หลังจากนั้นท่านได้ติดตามอุปัฏฐากพระอ.ฝั้นจนนิพพาน

-2525-2526 ท่านเดินทางไปเผยแผ่ธรรมที่สหรัฐตามคำนิมนต์ - มีผู้ศรัทธาซื้อที่ดินถวายสร้างวัดวอชิงตันพุทธวนาราม 4401 south 360th street Aubrn WA 98001 - 7 เอเคอร์(17.5ไร่)
-2528 สร้างวัดป่าธรรมชาติที่เมืองลาพวนเต้ แคลิฟอร์เนีย สหรัฐ - 5 เอเคอร์



- 2530-2535 สร้างวัดภูริทัตตวนาราม เมืองออนทาริโอ แคลิฟอร์เนีย มีชาวอเมริกันศรัทธาซื้อที่ดิน 60 เอเคอร์(150 ไร่) ราคา 17,500,000 บาท ถวายเพื่อสร้างเป็นวัดเมตตาวนาราม เมืองแวลเลย์เซ้นเตอร์ แคลิฟอร์เนีย

- 2541 เป็นต้นมา จำพรรษาที่วัดป่าเขาน้อย ต.เสม็ด อ.เมือง บุรีรัมย์
- อนุปาทิเสสนิพพาน 5 เมย.2545 -82 ปี 61 พรรษา

9. พระอ.ฝั้น อาจาโร


9. พระอ.ฝั้น อาจาโร - วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม สกลนคร 

พระอริยเจ้าผู้มีพลังจิตเหนือฟ้าดิน
- ท่านเป็นคนเรียบร้อย, อ่อนโยน, สุขุมเยือกเย็น, กว้างขวาง - ปรารภความเพียรแรงกล้าเด็ดเดี่ยว - ไปตามภูผาป่าเขาเพียงลำพัง, แสวงหาความสงบวิเวก ยินดีต่อความสงบ - มักน้อยสันโดษ พอใจในปัจจัยสี่ที่ตนมีอยู่แล้วได้มาโดยชอบธรรม - เป็นนักต่อสู้เพื่อเอาชนะกิเลส 
- มีสหธรรมิกคือ พระอ.สิงห์ ขนฺตฺยาคโม, พระอ.มหาปิ่น, พระอ.กู่, พระอ.อ่อน, พระอ.กว่า

- ท่านมีความเคารพเลื่อมใส ตั้งอยู่ในโอวาทของพระอ.มั่นอย่างถึงใจ - ทำความเพียรทั้งกลางวันกลางคืน ไม่มีเวลาหลับนอน - จนจิตใจของท่านมีกำลังกล้าเป็น "ธรรมดวงเดียว" ไม่เกาะเกี่ยวกับอะไรๆ ทั้งสิ้น

- ท่านมีพลังจิตสูง หาผู้เสมอเหมือนได้ยาก
1. สามารถเรียกฟ้าฝนได้เป็นที่อัศจรรย์ - ปี 2489 ชาวสกลนคร เกิดทุพภิกขภัยอย่างหนัก ฝนฟ้าไม่ตก จึงเข้าไปขอฝนกับท่าน - ท่านนั่งสมาธิบนลานกลางแจ้งครึ่งชั่วโมง - ท้องฟ้าที่มีแดดจ้า พลันมีเสียงฟ้าร้องคำราม เกิดมีก้อนเมฆบดบังแสงอาทิตย์ - มีฝนเทลงมาอย่างหนักถึง 3 ชม - ปีนั้นฝนตกตามฤดูกาล ชาวบ้านได้ทำนาตามปกติทั่วถึง
2. ท่านสร้างวัด ต้องระเบิดหิน - ท่านไม่ต้องการให้หินช่วงไหนแตกร้าว ท่านจะเอาปากกาไปเขียนยันต์ไว้ตรงจุดนั้น - ระเบิดจะแรงขนาดไหน หินนั้นก็ไม่แตกร้าว
3. ท่านนั่งสมาธิใต้ต้นกระบก ลูกกระบกตกลงพื้นเสียงดังน่ารำคาญ - ท่านกำหนดจิตไม่ให้ลูกกระบกตก - ตั้งแต่นั้น ลูกกระบกต้นนั้นไม่หลุดลงพื้นอีกเลย


- พระอ.กงมา ได้เล่าเรื่องพลังจิตของลป.ฝั้นไว้ว่า
"สมัยหนึ่งหลวงปู่ฝั้นได้ธุดงค์ไปจันทบุรี - ท่านได้รับนิมนต์ไปแสดงธรรมในงานศพ มีผู้มาฟังธรรมเป็นจำนวนมาก - ขณะที่ท่านแสดงธรรมอยู่ มีคนกลุ่มหนึ่งเล่นหมากรุก เมาสุรา ส่งเสียงเอะอะโวยวายรบกวน - ท่านส่งกระแสจิตไปปราบพวกขี้เหล้าเหล่านั้น - เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง ขี้เหล่าหยุดนิ่งไร้การเคลื่อนไหว - บางคนยืนอ้าปาก, บางคนถือหมากรุก, บางคนคอพับ ไม่สามารถไหวติงได้ - จนท่านแสดงธรรมให้พรจบลง เดินทางกลับ ขี้เหล้าเหล่านั้นจึงกลับมาสู่ภาวะปกติได้"

- ลต.มหาบัวเล่าว่า "ท่านพระอ.ฝั้นสามารถกำหนดจิตให้รถหยุด เครื่องยนต์ไม่ติดอย่างง่ายดาย" - ฉะนั้นเวลานั่งรถ ท่านต้องพยายามทำจิตไม่ให้เพ่งไปที่เครื่องยนต์ ไม่งั้นเครื่องจะดับทันที - ตอนสงครามโลกเครื่องบินญี่ปุ่นจะมาทิ้งระเบิด - คนมาขอให้ท่านอย่าให้ญี่ปุ่นทำได้ - ตอนแรกท่านคิดว่าจะเพ่งให้เครื่องยนต์ดับ -แต่คิดได้ว่าหากทำแบบนั้น เครื่องบินต้องตก ทหารญี่ปุ่นต้องตาย ท่านจึงทำวิธีอื่นแทน

- อีกครั้งในงานศพพระอ.มั่น พระกำลังเตรียมงานกันอยู่ - มีเด็กน้อยถีบจักรยานไปมารบกวน - ลป.ฝั้นท่านจึงพูดว่า "เดี๋ยวเราจะดัดนิสัยไอ้เด็กพวกนี้ จะทำให้รถมันล้ม แต่ไม่ให้มันเจ็บ" - พอท่านพูดจบรถจักรยานเด็กล้มลงทันที - 

- ด้วยวัตรปฏิบัติและพลังจิตอันล้ำเลิศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จึงทรงให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง
- เกิดอาทิตย์ 20 สค.2442 - ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 9 ปีกุน - บ้านม่วงไข่ ต.พรรณา สกล
- 2461 บรรพชาเป็นสามเณร เอาใจใส่ ศึกษาเคร่งครัดพระธรรมวินัยอย่างยิ่ง - ถึงขนาดคุณยายท่านได้พยากรณ์ไว้ว่า "ในภายภาคหน้า ท่านจะเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าดวงขมิ้นตลอดชีวิต"
- อมตมหานฤพาน 4 มค 2520 - วัดป่าอุดมสมพร สกล - 77 ปี 52 พรรษา

10. หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ


10. หลวงปู่พรหม จิรปุญฺโญ - วัดป่าประสิทธิธรรม บ้านดงเย็น อ.บ้านดุง อุดรธานี

พระอริยเจ้าผู้มีอุปนิสัยแก่กล้าในทางธรรม - พระอริยสงฆ์ประเภทขิปปาภิญญา (บรรลุธรรมเร็ว) เป็นผู้มีอินทรีย์แก่กล้าหาได้ยาก 
- สละทรัพย์สมบัติ ออกบวช ไม่มีความอาลัยเสียดาย ประดุจบ้วนน้ำลายทิ้งลงบนแผ่นดิน
- ตั้งมั่นในธุดงควัตร ชอบเที่ยวธุดงค์ในลาวและพม่า - มีนิสัยวาสนาแก่กล้า พยายามฟันฝ่ากับอุปสรรคทั้งปวง เพื่อจะขอเอาดวงจิตพ้นทุกข์ให้ได้

- เกิดอังคาร 2431 ปีขาล- บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน สกลนคร
- สมัยเป็นฆราวาส แต่งงาน 2 ครั้ง 
- ครั้งแรก ภรรยาคลอดลูกตายทั้งกลม ท่านเศร้าเสียใจอย่างมาก ทำให้ครุ่นคิดได้ว่า "ทำอย่างไรหนอ ชีวิตของเรานี้ถึงจะได้พบกับความสุขที่แท้จริง"
-ครั้งที่สอง อยู่กินกับภรรยาใหม่ราบรื่น จนออกบวช - ท่านเป็นคนหมั่นขยันฉลาด เป็นพ่อค้ากองเกวียน (นายฮ้อย) จนมีฐานะร่ำรวย -ด้วยความประพฤติดี เป็นที่พึ่งของลูกน้องได้ ท่านจึงได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน
- ต่อมาได้ฟังธรรมจากพระอ.สาร ศิษย์พระอ.มั่น เกิดความดื่มดำซาบซึ้งในรสพระธรรม - จึงขอให้ภรรยาบวชชีก่อน แล้วตัวท่านได้สละทรัพย์สมบัติออกบวชตาม -โดยแจกทรัพย์สินทั้งหมดเป็นทาน ไม่ยินดีอาลัยในทรัพย์เหล่านั้น ผู้คนที่มาเข้าแถวเพื่อรอรับแจกทานจากท่านเป็นแถวยาวเหยียด - ท่านใช้เวลาแจกทานถึง 3 วัน 3 คืนจึงหมด

- 2469 อายุ 37 อุปสมบท ณ วัดโพธิสมภรณ์ -ส่วนน้องชาย น้องสาว น้องเขยได้ฟังคำสอนจากท่านก็ออกบวชตามด้วย
- หลังบวชแล้ว ท่านเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์พระอ.มั่น - ขณะที่ท่านเห็นพระอ.มั่นครั้งแรก ท่านได้นึกประมาทอยู่ในใจว่า 
"พระองค์เล็กๆ อย่างนี้นะหรือ ที่ผู้คนร่ำลือกันว่าเก่งนักเก่งหนา ดูแล้วไม่น่าจะเก่งกาจอะไรเลย"
- ครั้นเข้าไปนมัสการพระอ.มั่น ท่านกล่าวขึ้นเสียงดังว่า 
"การด่วนวินิจฉัยความสามารถของคน โดยมองดูแต่เพียงร่างกายเท่านั้น ใช้ไม่ได้ จะเป็นการตั้งสติอยู่ในความประมาท" 
เมื่อท่านได้ยินถึงกับสะดุ้ง เกิดความอัศจรรย์ในการรู้วาระจิตของท่านพระอ.มั่น บังเกิดศรัทธาแรงกล้า ตั้งสัจวาจาถวายชีวิต

- สมัยท่านธุดงค์ในพม่า ท่านเล่าว่า ขณะที่ท่านนั่งบำเพ็ญเพียงอยู่นั้น ได้ปรากฎมีภาพพระภิกษุมีรัศมีในกายสีฟ้าบอกว่า "เราคือพระอุปคุต เธอเคยเป็นศิษย์ของเรา เธอมีนิสัยแก่กล้า เอาให้พ้นทุกข์นะ "
- พระอ.มั่นชมเชยท่านต่อหน้าพระเถระหลายองค์ว่า
"ท่านพรหม เป็นผู้มีความพากเพียรสูงยิ่ง เป็นผู้มีสติ มีความตั้งใจแน่วแน่ ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดที่สุด เป็นตัวอย่างที่ดี ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง"
- บางคราวพระอ.มั่นถามท่านต่อหน้าพระเถระทั้งหลายว่า
"ท่านพรหม ท่านเดินทางมาแต่ไกลเป็นอย่างไรบ้าง การพิจารณากาย การภาวนาเป็นอย่างไร"
ท่านตอบอย่างอาจหาญว่า "เกล้าฯ ไม่มีอกถังกถีแล้ว" (ไม่มีความลังเล สิ้นสงสัย)
- พระอ.มั่นได้กล่าวยกย่องว่า 
"ท่านพรหม สำเร็จเป็นพระอรหันต์ หลังจากบวชได้เพียงพรรษา 5"
- อนุปาทิเสสนิพพาน 13 พค 2512 เวลา 17.70 ด้วยโรคชรา - 81 ปี 43 พรรษา

11. หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ


11. หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ - วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว เชียงใหม่

วิสุทธิเทพแห่งดอยแม่ปั๋ง
- ท่านธุดงค์ตามป่าเขาภาคอีสาน ภาคเหนือ,พม่าและอินเดีย ด้วยเท้าเปล่า - มีหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม เป็นสหายธรรม
- ยังไม่มีพระอริยคณาจารย์รูปใด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเทียบเท่าหลวงปู่แหวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ยังวัดดอยแม่ปั๋ง เพื่อนมัสการและสนทนาธรรมกับหลวงปู่แหวนหลายครั้งหลายหน

- เกิดจันทร์ 16 มค.2430 - ขึ้น 14 ค่ำ เดือนยี่ ปีกุน - บ้านนาโป่ง อ.เมือง เลย
- 5 ขวบ ก่อนมารดาจะถึงแก่กรรม ได้เรียกท่านมาใกล้ๆ ได้จับแขนไว้แน่นๆ กล่าวว่า 
"ลูกเอ๋ย แม่ยินดีต่อลูก สมบัติใดๆ ในโลกนี้จะเป็นกี่ล้านกี่โกฏิ แม่ก็ไม่ยินดี แม่จะยินดีมาก ถ้าลูกจะบวชให้แม่ เมื่อลูกบวชแล้ว ให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียนะลูกนะ"
- บรรพชา 9 ขวบ 
- อายุ 31 ธุดงค์รอนแรมไปฝากตัวกับพระอ.มั่น ท่านได้กล่าวสอนสั้นๆ ว่า 
"ต่อไปนี้ให้ภาวนา ส่วนความรู้ที่เรียนมาให้เอาใส่ตู้ไว้ก่อน" 
- หลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งได้หลุดพ้นผ่านพ้นทุกข์ไปได้แล้ว ชวนท่านกลับอีสานด้วยกัน
หลวงปู่แหวนตอบว่า "ถ้ายังไม่บรรลุพระอรหัตตผลตามความมุ่งหวัง จะไม่ไปจากเมืองเชียงใหม่"

- วันหนึ่งในปี 2512 หลวงปู่ขาว ซึ่งอยู่ที่ถ้ำกลองเพล อุดรธานี ได้ปรารภเป็นเชิงรำพึงอนุโมทนากับสานุศิษย์ว่า 
"เมื่อคืนได้นิมิตเห็นท่านแหวนจิตใสเหมือนแก้ว สว่างไสวทั้งองค์ ท่านแหวนได้อรหัตตผลแล้วหนอ"

- อนุปาทิเสสนิพพาน 2 กค 2528 - วัดดอยแม่ปั๋ง- 98 ปี 58 พรรษา

12. หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ


12. หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ - วัดดอยธรรมเจดีย์ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ สกล

พระอริยเจ้าแห่งวัดดอยธรรมเจดีย์
- ท่านเรียบง่าย เจ้าระเบียบ มีอุบายละเอียด , การเทศนาธรรมใช้ภาษาง่ายๆ แต่กินใจความลึกซึ้ง - ท่านมีหลวงปู่สาม และท่านพ่อลี เป็นสหธรรมิก
- ท่านได้นำสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ชื่น) ออกเที่ยวธุดงค์ตามป่าเขาภาคตะวันออก ถึงขนาดพระองค์ออกปากชมว่า "การธุดงค์ของพระปฏิบัติกรรมฐานนี้ได้ประโยชน์เหลือหลาย อย่างนี้พระต้องธุดงค์กันให้มากๆ ศาสนาจะได้รุ่งเรือง"

- เกิด 6 พย.2443 - ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปีชวด - บ้านโคก อ.โคกศรีสุพรรณ สกลนคร
- เคยเป็นหัวหน้านายฮ้อย พาคณะต้อนสัตว์มีวัวควายไปขายกรุงเทพ, แต่งงานอายุ 25 ปี ต่อมาภรรยาพร้อมบุตรในครรภ์ในเสียชีวิตลง ทำให้ท่านรู้สึกสูญสิ้น เป็นเหตุให้ท่านสลดสังเวชและนึกถึงร่มเงาพระพุทธศาสนา
-2482 สร้างวัดเขาน้อย ท่าแฉลบ ตามพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์
- 2485 จำพรรษากับพระอ.มั่นที่ป่าช้าบ้านโคก อ.โคกศรีสุพรรณ สกล ได้รับอุบายธรรมสำคัญและได้รับความเมตตาจากพระอ.มั่นเป็นพิเศษ ต่อมาที่แห่งนี้ ท่านได้สร้างเป็นวัดสุทธิธรรมาราม
- 2489 ท่านได้ธุดงค์ตามเทือกเขาภูพาน ได้ปักกลดพักภาวนาที่ในถ้ำ ซึ่งถ้ำนี้เป็นที่อยู่เสือ และต่อมากลายเป็น "วัดดอยธรรมเจดีย์"
- อนุปาทิเสสนิพพาน 17 ตค 2505 - 61 ปี 35 พรรษา

13. ท่านพ่อลี ธมฺมธโร


13. ท่านพ่อลี ธมฺมธโร (พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์) - วัดอโศกราม อ.เมือง สมุทรปราการ

พระอริยเจ้าผู้มีพลังจิตแก่กล้า - ถึงพร้อมด้วยอำนาจแห่งบารมีและบุญที่สั่งสมไว้แต่ปางบรรพ์ มีภูมิธรรมและพลังจิตสูงยิ่ง, มีจริยวัตรงดงาม มีศรัทธาเต็มเปี่ยมในการเผยแผ่สัจธรรม
- ท่านเป็นศิษย์ที่ท่านพระอ.มั่น โปรดเป็นที่สุด -ยามที่ท่านเดินทางไปคารวะพระอ.มั่นสำนักวัดบ้านหนองผือ สกลนคร ท่านได้รับการต้อนรับจากท่านพระอ.มั่นเป็นกรณีพิเศษ

- ท่านเป็นพระเจ้าอโศกมหาราชกลับชาติมาเกิดเพื่อบรรลุธรรม - เป็นศิษย์ท่านพระอ.มั่นเพียงรูปเดียว ที่ไม่เคยถูกพระอ.มั่นต้องติ - เมื่ออกจากสำนักไป ท่านเป็นผู้ที่ทำให้ชาวพระนครได้รู้จักพระกรรมฐาน และทำให้วงศ์กรรมฐานเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจนถึงยุคปัจจุบัน

- ท่านบรรลุภูมิธรรมขั้นสูงที่ถ้ำเชียงดาว เชียงใหม่
บรรลุธรรมขั้นสูงสุดที่ถ้ำเขาฉกรรจ์ ปราจีนบุรี
- ท่านยังสามารถจัดงานฉลองกึ่งพุทธกาลได้อย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีที่เมืองไทยเป็นเมืองแห่งพระพุทธศาสนา
- พระอ.มั่นเมตตา และให้การยกย่องท่านว่า
"มีพลังจิตสูง เป็นผู้เด็ดเดี่ยว อาจหาญ เฉียบขาด ถึงพร้อมด้วยศีลด้วยธรรม"
- สมศักดิ์ศรีที่ได้รับความไว้วางใจจากพระอ.สิงห์ ขนฺตฺยาคโม ให้เป็น "อัศวินแห่งกองทัพธรรมกรรมฐานสายท่านพระอ.มั่น ภูริทตฺโต" ที่มีธรรมะเป็นอาวุธ

- ปฏิปทาอันละมุนละไมของท่านพ่อลี ทำให้บรรดาสาธุชนเลื่อมใสทั้งกาย วาจา ใจ
- เกิดพฤหัสบดี 31 มค 2449 เวลา 21.00 - แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเมีย - บ้านหนองสองห้อง อ.ม่วงสามสิบ อุบล
- เกิดได้ 9 วัน รบกวนพ่อแม่เป็นการใหญ่ ไม่มีใครสามารถเลี้ยงให้ถูกใจได้ เป็นเด็กที่เลี้ยงยากที่สุด มักร้องไห้เอาแต่ใจเสมอ 
- อายุ 11 ปี จิตคิดขึ้นเองว่า "ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้ ในเรื่องที่จะตอบแทนบุญคูณข้าวป้อนของพ่อแม่" แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทำไม่ได้ จึงพูดกับแม่ว่า
"แม่ มีอยู่เรื่องเดียวที่ลูกจนใจที่สุด ก็แต่เลือดในอกที่ดื่มเข้าไปเท่านั้น ที่หามาตอบแทนพ่อแม่ไม่ได้"

- อายุ 15 ปี ท่านมีคติธรรมฝังแน่นในหัวใจ 3 อย่างคือ
1. ในจำนวนคน 80 หลังคาเรือน ในหมู่บ้านเดียวกันนี้ ท่านจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบหัวแม่ตีนเป็นอันขาด
2. ในบรรดาคนที่เกิดปีเดียวกัน ท่านจะไม่ยอมแพ้ใครในเชิงหาเงิน
3. ถ้าอายุไม่ถึง 30 ปี ท่านจะไม่ยอมมีเมีย จะต้องมีเงินในกระเป๋าตัวเองให้พอเสียก่อน จะไม่ยอมแบมือขอใครกิน -ถ้าจะมีเมียต้องเป็นผู้เลือกเอง ใครจะมาข่มเหงคลุมถุงชนไม่ได้ และผู้ที่จะเป็นเมียจะต้องมีพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และสกุลสมบัติ

- บวชได้ 2 พรรษา จึงตั้งใจอธิษฐานให้ได้พบครูบาอาจารย์ที่ทรงคุณธรรมว่า
"เวลานี้ ข้าพเจ้ามุ่งหวังเอาดีทางพระศาสนา ขอจงให้ได้พบครูบาอาจารย์ที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ ภายใน 3 เดือน"
- พบพระอ.มั่น ที่วัดบูรพาราม อุบล สมความตั้งใจ ท่านได้สอนให้บริกรรม "พุทโธ" เพียงคำเดียวเท่านั้น ขณะนั้นพระอ.มั่นกำลังอาพาธ ท่านจึงแนะนำให้ไปพักอยู่ป่าบ้านท่าวังหิน ซึ่งเงียบสงัดวิเวกดี - มีพระอ.สิงห์ ขนฺตฺยาคโม, พระมหาปิ่น ปญฺญาพโล เป็นพระพี่เลี้ยง
- 2474 จำพรรษากับพระอ.มั่นที่วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ - พระอ.มั่นได้สั่งให้ท่านพ่อลี ไปปฏิบัติมงคลสถาน 3 แห่งคือ 1. ดอยขะม้อ ลำพูน, 2.ถ้ำบวบทอง เชียงใหม่, 3.ถ้ำเชียงดาว เชียงใหม่

- อนุปาทิเสสนิพพาน - 26 เมย.2505 เวลา 02.00 - วัดอโศการาม- 55 ปี 33 พรรษา
- หลังจากมรณภาพ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) มีพระบัญชาให้เก็บศพท่านไว้ยังไม่ถวายเพลิง - เอาอย่างพระมหากัสสปะเถระ ที่ในวันหนึ่งในอนาคตกาลจะมีพระศรีอริยเมตไตรย มาเผาศพพระมหากัสสปะอย่างสมศักดิ์ศรี
- "ผู้มีบุญกรรมที่เกี่ยวข้องกับท่านในวันข้างหน้า จะได้มาถวายเพลิงสรีระร่างของท่านอย่างสมศักดิ์ศรี"
- ท่านมีบัญชาอีกว่า ให้บำเพ็ญกุศลและสวดมนต์อุทิศถวายท่านพ่อลีทุกคืน บรรดาบรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งเป็นคณะศิษย์ท่านพ่อลีได้ปฏิบัติตามมาโดยตลอด

14. หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม


14. หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม - วัดป่าอรัญญวิเวก บ้านข่า อ.ศรีสงคราม นครพนม

พระอริยเจ้าผู้มีปฏิปทาประดุจเสือโคร่ง
- รักความสงบสันโดษ, ใฝ่ใจการศึกษา, ตรงไปตรงมา, ข้อวัตรปฏิบัติเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว เอาจริงเอาจัง, นิสัยโผงผาง พูดจาขวานผ่าซาก, มีลีลาการแสดงธรรมแปลกกว่ารูปอื่น, มีคำคมขำขันแฝงเสมอในเทศนาธรรม, ติดตามพระอ.มั่นภาวนาตามถ้ำป่าลึกภาคเหนือ เช่นถ้ำเชียงดาว

- ปฏิปทาท่านอาจหาญสมเป็นนักรบธรรมของพระอ.มั่น, นิสัยประดุจเสือโคร่ง,ท่านมักปฏิบัติกรรมฐานอย่างอุกฤษฎ์ โดยถือเอาเสือโคร่งเป็นแบบอย่างในอิริยาบถ4
1. ต้องมีน้ำจิตน้ำใจแข็งแกร่งกล้าหาญในการเที่ยวธุดงค์ล่ากิเลส - ประดุจเสือตัวเปรียวเที่ยวล่าเหยื่อไม่กลัวต่อภยันตรายใดๆ
2. ต้องกล้าเที่ยวไปในค่ำคืน - ประดุจเสือไม่เคยกลัวต่อมรณภัยในความมืด
3. ต้องชอบอยู่ในท้องถ้ำที่สงัดจากผู้คน - ประดุจเสือหลีกเร้นซ่อนตัวอยู่ในถ้ำอันลึกลับที่ผู้คนเข้าไปไม่ถึง
4. คิดทำอะไรลงไปแล้วต้องมุ่งความสำเร็จเป็นจุดหมาย - ประดุจแววตาเสือได้จ้องเขม็งไปที่เหยื่อรายใดแล้ว ต้องตามตะปปขย้ำจนสำเร็จ

- ท่านสำเร็จอภิญญาญาณ สามารถเรียกสัตว์ มีเสือเป็นต้น มาขี่เป็นพาหนะในการเดินทางได้, สามารถเที่ยวนรกสวรรค์ได้ตามใจปรารถนา
- มีหลวงปู่แหวน เป็นสหธรรมิกเดินธุดงค์ภาคอีสานและภาคเหนือ, เวียงจันทร์, หลวงพระบาง

- เกิดวันจันทร์ 3 กพ. 2431 - ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ปีชวด - บ้านข่า อ.ศรีสงคราม นครพนม
- 2514 อาพาธด้วยโรคชรา ถึงกาลใกล้นิพพาน ท่านได้แสดงธรรมโปรดสานุศิษย์สั้นๆ ว่า
"สังขารไม่เที่ยง เราเกิดมาก่อน ก็ต้องไปก่อนตามธรรมดา ลมวิปริตแล้ว ธาตุในตัวแปรปรวนแล้ว"
พูดจบท่านให้พรว่า "พุทฺโธ สุโข ธมฺโม สุโข สงฺโฆ สุโข จตฺตาโร ธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ" - พร้อมยิ้มหัวเราะเยาะ ลาโลกสมมุติเป็นครั้งสุดท้ายอย่างอารมณ์ดี ไม่สะทกสะท้าน แล้วนอนตะแคงขวาท่าสีหไสยาสน์ ทิ้งขันธ์ อนุปาทิเสสนิพพาน 19 กพ.2517 เวลา 19.00 - วัดป่าอรัญญวิเวก นครพนม -86 ปี 46 พรรษา