วันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หมู่บ้านฮอบบิทตัน (Hobbiton)

"หมู่บ้านฮอบบิทตัน" (Hobbiton) ในเมือง Matamata ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นชุมชนของชาว Hobbit ในภาพยนตร์เรื่อง"The Lord of the Rings".








































:: อีเมลนี้ได้รับฟอร์เวิร์ดมาจาก: Jerry Maguire

ไล่ยุงโดยวิธีธรรมชาติ

ยุงกัดปัญหาระดับชาติ อยู่บ้านหรือไปไหนก็ต้องเจอ แต่ถ้าใครไม่อยากตบ ไม่อยากฆ่าสัตว์ มีวิธีธรรมชาติในการไล่ยุงมาฝาก

มนุษย์ดึงดูดยุงให้เข้ามาหาจากคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากลมหายใจ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นตัว และความร้อนจากร่างกาย คนเราไม่สามารถกำจัดยุงให้หมดไปจากโลกนี้ได้ และคนบางคนก็มีสารเคมีในร่างกายไม่เหมือนกัน ทำให้สูตรการไล่ยุงสูตรหนึ่งอาจใช้ไม่ได้ผลกับทุกคน วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับไล่ยุงโดยวิธีธรรมชาติที่หลากหลายมาฝากไปให้เลือกใช้ กัน

@@@ วานิลลา ให้ใช้ทาที่จุดชีพจร หรือถ้ามีปริมาณมากให้ทาทั่วผิวหนัง และแต้มลงบนเสื้อผ้า จะเลือกใช้แบบเข้มข้น หรือผสมน้ำก่อนแล้วฉีดบนผิวก็ได้
 

@@@ กระเทียม เวลาไปแค้มป์ปิ้ง ไปเที่ยวนอกสถานที่ที่มียุงชุม ให้ลองใช้กระเทียมผงซึ่งหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ต ผสมกับน้ำ ทาลงที่จุดชีพจร หรือบนใบหน้า แต่ระวังอย่าให้เข้าตา
 

@@@ น้ำมันหอมระเหย ใช้ผสมกับแอลกอฮอล์เช็ดแผลหรือน้ำกลั่น แล้วฉีดลงบนร่างกายหรือผ้าแล้วใช้เช็ดบริเวณผิวที่โดนยุงตอม หรือเติมน้ำมันหอมระเหยสองสามหยดลงในเบบี้ออยล์ หรือน้ำมันมะกอกแล้วทาบนผิว แต่ระวังอย่าให้เข้าตาและปาก ก็จะแก้ปัญหายุงกัดได้ โดยกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่แนะนำ คือ ลาเวนเดอร์ ยูคาลิปตัส มะนาว ตะไคร้ ทีทรีไธม์ เปปเปอร์มินต์ และเบซิล
 

@@@ ส่วนที่บ้านถ้ายุงเยอะ ให้ฉีดกระเทียมผงผสมน้ำตามสนามหญ้าและพุ่มไม้ เพื่อไล่ยุง ควรทำสองสัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง หรือหลังจากฝนตกหนัก จะลดปริมาณยุงได้
 

@@@ เปลือกส้ม หลังจากที่ปลอกส้มแล้ว อย่าทิ้ง ให้นำไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำมาเผาในชามอ่าง ตั้งไว้บริเวณที่ยุงชุม กลิ่นจากเปลือกส้มจะช่วยกำจัดยุงไม่ไห้มารบกวนได้ และยังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย.


-- 

ระวัง 5 สารพิษใกล้ตัว

ระวัง 5 สารพิษใกล้ตัว
โดย mootie | วันที่ 6 พฤษภาคม 2554
http://www.thaihealth.or.th/sites/default/files/users/user-1490/233484.jpg



ในชีวิตประจำวันของพวกเรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มาทำให้ชีวิตเราสบายและรวดเร็วมากขึ้น แต่ในทางกลับกันความสะดวกสบายเหล่านั้น ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้ โดยเฉพาะสารพิษ สารเคมีใกล้ตัวที่เป็นภัยต่อสุขภาพและไม่อาจมองข้ามได้

1. เฟอร์นิเจอร์

เครื่องใช้ในบ้านและสำนักงานจำพวกเฟอร์นิเจอร์ไม้มักตรวจพบสารฟอร์มาลดีไฮด์ตกค้าง และสารเคลือบเงาเช่น โทลูอีน ไซลีนและเอธิลเบนซิน รวมถึงสีที่มีสารตะกั่วเป็นส่วนประกอบหลุดลอกจากเฟอร์นิเจอร์ หรือผนังอาคารปะปนกับฝุ่นผงในอากาศ

อาการ : สารฟอร์มาลดีไฮด์ โทลูอีน ไซลีน เมื่อสูดดมเข้าไปบ่อยๆ จะมีอาการระคายเคืองจมูกและลำคอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ระคายเคืองต่อผิวหนังหรือระบบทางเดินหายใจ ส่วนสารตะกั่วนอกจากจะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ เบื่ออาหารแล้ว ถ้าได้รับเป็นเวลานานและปริมาณมากจะมีผล คือ ปวดท้องรุนแรง ทำลายสมอง ไต ระบบการย่อยอาหารและระบบการได้ยิน

วิธี ป้องกัน : ทำความสะอาดห้องทำงานอยู่เสมอ และจัดให้มีการระบายอากาศที่ดี

2. น้ำยาลบคำผิดและกาว

มีส่วนผสมของสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะมีทินเนอร์และสารประกอบอินทรีย์เคมีชนิดต่างๆ ประกอบอยู่ ได้แก่ สารโทลูอีน เบนซิน และสไตลีน ซึ่งมีกลิ่นพิเศษ เฉพาะและระเหยปะปนในอากาศได้ง่าย

อาการ : หากสูดดมในระยะสั้นจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตาผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ วิงเวียน หน้ามืด มีผลกระทบต่อประสาทส่วนกลาง และเสียการทรงตัวได้ หากสูดดมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้โครโมโซมในเม็ดเลือดผิดปกติจนถึงขั้นเป็นมะเร็งในเม็ดเลือด หรือหากกลืนสารเหล่านี้เข้าไปและมีการสำลักร่วมด้วยอาจทำให้ปอดอักเสบได้

วิธีป้องกัน : หลีกเลี่ยงการสูดดมและจัดให้มีการระบายอากาศที่ดี

3. ฝุ่นละอองในสำนักงาน

อาจเกิดจากผงหมึกที่กระจายออกมาจากเครื่องถ่ายเอกสาร ฝุ่นเยื่อกระดาษที่อาจพบตามเอกสารต่างๆ บนโต๊ะทำงาน หรือกระดาษปิดผนังหรือวอลเปเปอร์ โดยฝุ่นเหล่านี้สามารถเข้าไปสะสมในปอดได้

อาการ : จะมีอาการไอ จาม และระคายเคืองต่อตา จมูก และคันผิวหนัง หากได้รับบ่อยๆ อาจก่อให้เกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหอบหืดได้

วิธีป้องกัน : ควรจัดวางโต๊ะทำงานไม่ให้หนาแน่น ทำความสะอาดห้องและโต๊ะทำงานเป็นประจำ แบ่งโซนเครื่องถ่ายเอกสารหรือหนังสือให้อยู่ในมุมที่ห่างไกลจากคนทำงาน

4. สารเคมีจากคอมพิวเตอร์

มีผลการศึกษาของนักวิจัยในสวีเดนระบุว่า สารเคมีจากจอคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ โดยสารเคมีที่ชื่อ Triphenyl Phosphate ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในจอวิดีโอหรือปากกาเคมี ตลอดจนสเปรย์ปรับอากาศ ซึ่งมีกลิ่นจากสารเคมี

อาการ : ระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูกและตาได้

วิธีป้องกัน : ทำความสะอาดห้องทำงานอยู่เสมอ และจัดให้มีการระบายอากาศที่ดี

5. ไอเสียจากรถยนต์

ในระหว่างการเดินทางไปทำงานและกลับบ้านทุกๆ วันท่ามกลางการจราจรอันแออัด คุณแม่มีโอกาสได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่มีการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จากรถยนต์ที่วิ่งอยู่ตามถนน และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้สุขภาพของคุณแม่แย่ลงได้

อาการ : ถ้าได้รับปริมาณน้อยๆ อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หายใจ หอบสั้น คลื่นไส้ ง่วงซึม และการตัดสินใจไม่ค่อยเด่นชัด มีความสับสน แต่ถ้าในระดับความเข้มข้นที่สูงมากๆ ก็ทำให้ประสาทมึนงง ซึม และหมดสติ

วิธีป้องกัน : ใช้ผ้าปิดปาก หลีกเลี่ยงการสูดดมหรืออยู่ในสถานที่ที่ระบายอากาศได้ดี
ที่มา : วิชาการดอทคอม
goodhealth.gifResized_03-คุณจิราภรณ์  สุวรรณประเสริฐ.jpg



-- 

วินาทีกองกำลังสหรัฐโจมตีบ้านของบิน ลาเดน

เบื้องลึกเบื้องหลัง จากการตายของ Osama bin Laden
หนึ่งวันหลัง ข่าวการเสียชีวิตของ “โอซามา บิน ลาเดน” ก็มีรายละเอียดของเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็นเบื้องลึก หรือคำถามที่ยังรอคำตอบ ดังนี้

ข่าวกรอง: สหรัฐรู้ที่อยู่ของ “โอซามา บิน ลาเดน” ได้อย่างไร

  • รอยเตอร์บอกว่า ข้อมูลแรกสุดของ “คนเดินสาร” ของบิน ลาเดน มาจาก “นักโทษ” ผู้ก่อการร้ายที่ถูกคุมขังอยู่ในยุโรปตะวันออก โดยข้อมูลคือนี้ “นามแฝง” ของคนเดินสารที่บิน ลาเดน เชื่อใจมาก
  • ส่วน CNN ให้ข้อมูลที่ต่างออกไปเล็กน้อยว่า ข้อมูลมาจากนักโทษที่ถูกคุมขังไว้ที่อ่าวกวนตานาโมในคิวบา โดยพูดถึงชื่อ “Abu Ahmad al Kuwaiti” หลายครั้ง ซึ่งใกล้ชิดกับ “Khalid Sheikh Mohammed” สมาชิกระดับสูงของอัลไคดา ซึ่งเป็นชาวคูเวต
  • ซีไอเอใช้เวลาถึง 4 ปีในการหาว่าคนเดินสารคนนี้มีชื่อจริงว่าอะไรกันแน่
  • พลนำสารคนนี้ใกล้ชิดกับ Mohammed และสมาชิกระดับสูงอีกคนของอัลไคด้า ชื่อ Abu Faraj al Libi ชาวลิเบีย ที่เคยเป็นผู้นำอันดับสามของอัลไคด้า ก่อนจะโดนจับในปี 2005
  • ซีไอเอระบุได้ว่าพลเดินสาร “Abu Ahmad al Kuwaiti” คนนี้เป็นคนหนึ่งที่ส่งข้อมูลและแผนซ้อมปฏิบัติการให้กับทีมก่อวินาศกรรม 9/11 (แต่เป็นทีมที่ไม่ได้ออกปฏิบัติการในท้ายที่สุด)
  • มีรายงานว่า “Abu Ahmad al Kuwaiti” เดินทางร่วมกับบิน ลาเดน ในที่ราบสูง Tora Bora ก่อนที่บิน ลาเดน จะหายไปตัวไป
  • ซีไอเอสามารถดักฟังโทรศัพท์ของคนเดินสารคนนี้ได้ช่วงเดือนสิงหาคมปี 2010 ทำให้รู้ว่าที่อยู่ของคนเดินสารคนนี้อยู่ที่ไหน โอบามาได้รับแจ้งข่าวสารนี้ในอีก 1 เดือนถัดมา
  • กุมภาพันธ์ 2011 หน่วยข่าวกรองสหรัฐได้ข่าวน่าเชื่อถือสูงว่า “บิน ลาเดน” น่าจะอยู่ในบ้านหลังนี้
  • มีนาคม-เมษายน 2011: โอบามาประชุมกับทีมด้านความมั่นคงของทำเนียบขาวอย่างน้อย 5 ครั้งว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่กับข่าวนี้
แผนผังแสดงบริเวณบ้านที่บิน ลาเดน พักอาศัยอยู่ (ภาพจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ)

แผนปฏิบัติการเด็ดชีพบิน ลาเดน: การตัดสินใจของโอบามา

  • โอบามา มี 3 แนวทางให้เลือกในการปฏิบัติการ ได้แก่ ทิ้งระเบิดด้วยเครื่องบินสเตลท์, จู่โจมด้วยกองกำลังทางเฮลิคอปเตอร์, รอต่อไปเพื่อหาข้อมูลให้มากขึ้นว่าบิน ลาเดน อยู่ในบ้านหรือไม่
  • โอบามาปฏิเสธแนวทางการทิ้งระเบิด เพราะมีความเสี่ยงสูงว่าบิน ลาเดน จะไม่อยู่ในบ้าน และอาจสูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์
  • สำหรับแผนการจู่โจมด้วยกองกำลังนั้น สหรัฐได้สร้าง “บ้านจำลอง” เลียนแบบบ้านของบิน ลาเดนในแผ่นดินสหรัฐ และซ้อมปฏิบัติการหลายครั้งตั้งแต่เดือนเมษายน 2011
  • การประชุมเพื่อหาแนวทางปฏิบัติการเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสที่ 28 เมษายน ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งที่ปรึกษาของโอบามาก็มีความเห็นแยกเป็นสองทาง ส่วนตัวโอบามาเองขอเวลาคิด 1 คืน
  • ช่วงเช้าของวันศุกร์ที่ 29 เมษายน ก่อนที่โอบามาจะเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยจากทอร์นาโดในสหรัฐ เขาก็บอกคณะที่ปรึกษาว่าตัดสินใจเลือกหนทางบุกจู่โจม และเซ็นคำสั่งอนุมัติการจู่โจมในวันเดียวกัน
  • โอบามาตัดสินใจบุกทันที เพราะเกรงว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า จะทำให้บิน ลาเดน ย้ายที่อยู่หนีไปได้
  • สหรัฐไม่ได้แจ้งแผนปฏิบัติการครั้งนี้ให้ปากีสถานทราบ เพราะกลัวข่าวรั่ว คนที่รู้มีเพียงคนสนิทของโอบามาไม่กี่คนเท่านั้น
  • โอบามาเครียดมากกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ตีหน้าตายไปร่วมงานต่างๆ ในช่วง 3-4 วันก่อนปฏิบัติการเริ่มต้น ซึ่งรวมไปถึงงานเลี้ยงของนักข่าวทำเนียบขาว ที่เขาไปเข้าร่วมอย่างรื่นเริง
ภาพถ่ายจากภายนอกบ้านบินลาเดน เห็นรั้วสูงและลวดหนามล้อมรอบ (ภาพจาก CNN)

รายละเอียดวินาทีกองกำลังสหรัฐโจมตีบ้านของบิน ลาเดน

  • แผนปฏิบัติการครั้งนี้มีชื่อว่า “Geronimo”
  • เวลาที่ปฏิบัติการคือช่วงประมาณเที่ยงคืน-ตีหนึ่งครึ่งตามเวลาท้องถิ่น จากการรายงานของ BBCโดยอ้างประชาชนในพื้นที่
  • หน่วย SEAL ของอเมริกาเดินทางไปยังบ้านพักด้วยเฮลิคอปเตอร์ ตามแผนนี้จะใช้ทีม 12 คน (BBC รายงานว่า 15-25 คน)
  • แต่เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งเกิดปัญหาขณะลอยอยู่เหนือบ้านของบิน ลาเดน เหตุเพราะขาดอากาศที่ช่วยพยุงตัวของเฮลิคอปเตอร์ (เพราะกำแพงภายในบ้านของบินลาเดน มีความสูงมาก)เฮลิคอปเตอร์ลำนี้จึงลงจอดฉุกเฉินในบริเวณใกล้เคียง แต่แผนปฏิบัติการยังเดินหน้าต่อไป โดยส่งเฮลิคอปเตอร์สำรองมารับทีมปฏิบัติการภายหลัง
  • หน่วยปฏิบัติการที่เหลือโรยตัวลงมาด้วยเชือก และฆ่าลูกน้องของบิน ลาเดนที่อยู่นอกบ้าน
  • จากนั้นหน่วยปฏิบัติการบุกเข้าไปยังตึกพักหลัก พบกับบิน ลาเดนที่ชั้นสาม เขาขัดขืนการจับกุม และโดนยิงเข้าที่หัวกับหน้าอก หัวหน้าทีมปฏิบัติการสามารถยืนยันตัวตนว่าเป็นบิน ลาเดน ได้ทันที
  • ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าบิน ลาเดน ยิงตอบโต้หรือไม่ โดยข่าวสับสนระหว่างยิงกับไม่ยิง
  • เมื่อบิน ลาเดน เสียชีวิต หน่วยปฏิบัติการได้แจ้งไปยังหน่วยบัญชาการว่า “Geronimo E KIA” หรือ เป้าหมายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
  • หลังทีมปฏิบัติการได้ศพของบิน ลาเดนแล้ว ก็ออกมาทำลายเฮลิคอปเตอร์ลำที่มีปัญหา
  • เมื่อปฏิบัติการเสร็จสิ้น เฮลิคอปเตอร์ได้พาทีมปฏิบัติการออกนอกประเทศ โดยเมื่อออกจากชายฝั่งของปากีสถาน แต่ยังอยู่ในน่านฟ้าปากีสถาน ทางกองทัพอากาศปากีสถานค้นพบเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้ แต่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู จึงได้ส่งเครื่องบินออกมาตรวจสอบ แต่ไม่เกิดการปะทะอะไรขึ้น
  • ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีได้แก่ตัวบิน ลาเดนเอง, ลูกชายของเขาชื่อ Khalid, สมาชิกคนหนึ่งของอัล ไคด้า และผู้หญิงไม่ปรากฏชื่อคนหนึ่ง ส่วนภรรยาของบิน ลาเดน ถูกยิงแต่ไม่เสียชีวิต
  • ปฏิบัติการทั้งหมดใช้เวลา 40 นาที (รายละเอียดจาก CNN )
บารัค โอบามา และผู้บริหารระดับสูงในห้อง Situation Room ของทำเนียบขาว (ภาพจากเว็บไซต์ทำเนียบขาว)

โอบามาเฝ้าดูปฏิบัติการตลอดเวลาจากทำเนียบขาว

  • ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ติดตามดูปฏิบัติการนี้ในห้องเฝ้าดูสถานการณ์ Situation Room ของทำเนียบขาว โดยทีมปฏิบัติการในพื้นที่ถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงกลับมายังสหรัฐ
  • ทุกคนในห้องเฝ้าสถานการณ์อยู่เงียบๆ และกระวนกระวาย John Brennan ที่ปรึกษาด้านการก่อการร้ายของทำเนียบขาวบอกว่า “รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ามาก”
  • กลุ่มคนที่อยู่ในห้องเฝ้าสถานการณ์คือ โอบามา, John Brennan, รมว. ต่างประเทศ ฮิลลารี คลินตัน, รมว. กลาโหม โรเบิร์ต เกตส์, และที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ Tom Donilon ส่วน Leon Panetta ผู้อำนวยการซีไอเอ นั่งดูปฏิบัติการอยู่ที่สำนักงานซีไอเอ
  • เมื่อทีมปฏิบัติการรายงานผลความสำเร็จ โอบามาพูดว่า “We got him, guys”

อเมริกาฉลองชัยหลังปฏิบัติการสำเร็จ

  • เหล่าผู้นำจากพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ยืนปรบมือ (standing ovation) ให้กับประธานาธิบดีบารัค โอบามา สำหรับความสำเร็จในการเด็ดชีพบิน ลาเดน
  • ประธานาธิบดีโอบามา จะเดินทางไปยังนิวยอร์ค เพื่อแสดงความสำเร็จในการต่อสู้กับการก่อการร้าย ในวันพฤหัสบดีนี้
  • สหรัฐยังลังเลกับการเผยแพร่ภาพศพของบิน ลาเดน รวมถึงวิดีโอแสดงการทิ้งศพของเขาลงในทะเลด้วย เพราะเกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจจากโลกมุสลิมยิ่งขึ้น
แผนที่บ้านพักของบิน ลาเดน แสดงโรงเรียนนายร้อยอยู่ไม่ห่างไปนัก (ภาพจาก MSNBC)

คำถามถึงปากีสถาน: บิน ลาเดน มาอยู่ที่ไหนได้อย่างไร?

  • คำถามที่สำคัญของปากีสถานก็คือ “บิน ลาเดน” มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทางการปากีสถานรู้เรื่องนี้หรือไม่ และถ้ารู้ ก็มีคำถามต่อว่ารู้เมื่อใดกันแน่
  • ปากีสถานไม่รู้อะไรเลยจริงๆ หรือมีบางคนในรัฐบาลปากีสถานให้ความคุ้มครองกับบิน ลาเดน กันแน่
  • วุฒิสมาชิก Susan Collins จากพรรครีพับลิกัน ให้ความเห็นว่า ปากีสถานน่าจะเล่นเกมสองหน้า รับเงินสนับสนุนจากสหรัฐ ในขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับอัล ไคด้า เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีภายในประเทศ
  • ในการทูตอย่างเป็นทางการ รมว. ต่างประเทศ ฮิลลารี คลินตัน กล่าวว่า “ปากีสถานมีส่วนอย่างมากที่ช่วยให้เรารู้ว่าบิน ลาเดน อยู่ที่ไหน”
  • John Brennan ที่ปรึกษาด้านการก่อการร้ายของทำเนียบขาว ให้ความเห็นว่า “บิน ลาเดน” ต้องมีคนและระบบที่ช่วยสนับสนุนให้เขาอาศัยอยู่ในปากีสถานได้ และสหรัฐจะค้นหาระบบนี้ต่อไป
  • บ้านของบิน ลาเดน มีมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 30 ล้านบาท)
  • Brennan ยังบอกว่าบ้านของบิน ลาเดน นั้นผิดสังเกตมากสำหรับบ้านที่พักในละแวกเดียวกัน เนื่องจากมีกำแพงสูง มีระบบเผาขยะของตัวเอง
  • บ้านของบิน ลาเดน อยู่ห่างจากโรงเรียนนายร้อยของปากีสถานเพียง … เท่านั้น และในเมืองยังมีค่ายทหารของปากีสถานตั้งอยู่ด้วย
  • แหล่งข่าวของสหรัฐระบุว่า ทีมปฏิบัติการจู่โจมบ้านของบิน ลาเดน ได้ข้อมูล เอกสาร หลักฐาน ฮาร์ดดิสก์ ดีวีดี กลับมาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งหน่วยข่าวกรองของสหรัฐน่าจะได้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ในการแกะรอย “อัล ไคด้า” ที่ยังเหลืออยู่ รวมถึงอาจจะได้ที่อยู่ของ Ayman al-Zawahriเบอร์สองของอัล ไคด้าด้วย

ปฏิกริยาของชาวปากีสถาน

  • ชาวเมือง Abbottabad รายงานเสียงเฮลิคอปเตอร์ในคืนวันปฏิบัติการ แต่ปากีสถานรายงานว่าเป็นการซ้อมรบ
  • ชาวเมืองประหลาดใจกับเรื่องนี้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าบิน ลาเดนอยู่ที่นั่น ชาวเมืองบางคนไม่พอใจรัฐบาลปากีสถาน ทั้งในแง่ปล่อยให้บิน ลาเดนมาหลบหนีในเขตใกล้ค่ายทหาร และแง่ว่าปล่อยให้กองกำลังต่างชาติเข้ามาปฏิบัติการตามใจชอบ – CNN

ระดับเตือนภัยการก่อการร้ายเพิ่มสูง เกรงการล้างแค้น

  • สมาชิกคนหนึ่งของอัลไคด้า ประกาศว่าจะล้างแค้นต่อการฆ่า ชีคแห่งอิสลาม’ (หมายถึงบิน ลาเดน)
  • กลุ่มก่อการร้าย Tehrik-e Taliban Pakistan (TTP) แถลงการณ์ว่าภูมิใจในตัวบิน ลาเดน และสัญญาว่าจะล้างแค้นอเมริกาอย่างแน่นอน โดยระบุว่ามีหน่วยปฏิบัติการแฝงตัวอยู่ในสหรัฐแล้ว และจะส่งเข้าไปเพิ่มอีก – CNN
  • รมว. ต่างประเทศคลินตัน ประกาศเตือนกลุ่มก่อการร้ายว่าจะไม่มีวันเอาชนะอเมริกาได้ และขอให้หยุดปฏิบัติการทั้งหมดร่วมกับอัล ไคด้า หันมาสร้างการเมืองที่สงบสุขแทน
  • อย่างไรก็ตาม อัลไคด้าหมดกำลังลงไปมากเมื่อเทียบกับช่วง 9/11 และตอนนี้มีสภาพคุกคามโลกตะวันตกไม่ต่างอะไรกับกลุ่มก่อการร้ายทั่วไป
  • ช่วงหลังอัลไคด้า ทำหน้าที่สอนและส่งเสริมกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ มากกว่าการปฏิบัติการเอง –BBC
  • อดีตซีไอเอให้ความเห้นว่า อัล ไคด้า ไม่มีผู้นำที่โดดเด่นแบบบิน ลาเดนอีกแล้ว
ข้อมูลส่วนใหญ่จาก MSNBC