วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ที่พ่อแม่ต้องพาลูกไป

พิพิธภัณฑ์ที่พ่อแม่ต้องพาลูกไป



6 พิพิธภัณฑ์ที่พ่อแม่ต้องพาลูกไป

แห่งแรกที่พลาดไม่ได้ คือ “พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร” ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าพิพิธภัณฑ์เด็ก ฉะนั้นพ่อแม่ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
������� พื้นที่ภายในประกอบด้วยอาคารจัดแสดงนิทรรศการ 3 หลัง รวมพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร จัดเป็นส่วนกิจกรรมการเรียนรู้และสันทนาการ 3,000 ตารางเมตร
������� กิจกรรมการเรียนรู้แบ่งเป็น 8 ส่วน ได้แก่ วิทยาศาสตร์, กิจกรรมเด็กเล็ก, เทคโนโลยีใกล้ตัว, สันทนาการ, ชีวิตของเรา, วัฒนธรรมและสังคม, ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังมี Workshop ให้เด็กๆ ได้ลงทำกิจกรรมเป็นประจำทุกวันอีกต่างหาก
������� สถานที่ตั้ง อยู่หลังตลาดนัดจตุจักร โทรศัพท์ : 0-2615-7333 web site: http://www.bkkcdm.com/

แห่งที่สองเป็นสถานที่ที่รู้จักกันมายาวนาน และมีการปรับปรุงพื้นที่และกิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อย ก็คือ “ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา” หรือ “ท้องฟ้าจำลอง” นั่นเอง
������� ปัจจุบันเด็ก ๆ มักจะไปทัศนศึกษากับโรงเรียนอยู่แล้วก็จริง แต่รูปแบบการไปเที่ยวกับครอบครัวมีอะไรที่น่าสนใจกว่ากันมากค่ะ
������� ท้องฟ้าจำลองไม่ใช่มีแค่เรื่องท้องฟ้าอย่างเดียว แต่มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย และเหมาะเป็นสถานที่แหล่งองค์ความรู้ของเด็ก ๆ ภายในมี 5 อาคาร ได้แก่ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, โลกใต้น้ำ, ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
������� ส่วนที่น่าสนใจและได้รับเสียงตอบรับจากเด็ก ๆ ค่อนข้างมาก เห็นจะเป็นอาคาร 4 ชั้น 3 ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับไดโนเสาร์ เด็ก ๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจกับไดโนเสาร์จำลอง การกำเนิด วิวัฒนาการด้านต่าง ๆ ของไดโนเสาร์ และชั้น 6 เมืองมหัศจรรย์สำหรับเด็กเล็กวัย 3 - 8 ปี ได้สนุกกับเกมการทดลองง่าย ๆ และของเล่นที่ท้าทายพัฒนาการทางสติปัญญา และความคิดสร้างสรรค์
������� สถานที่ตั้งอยู่แถวเอกมัย โทรศัพท์ : 0-2392-0544, 0-2392-1773 web site: http://www.sci-educ.nfe.go.th/


สถานที่ต่อมาคือ “องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์(อพวช.)” ซึ่งมีภาพตึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ 3 ลูกวางพิงกัน เป็นสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ค่ะ
������� นอกจากรูปทรงอาคารที่เป็นแรงดึงดูดใจแล้ว ภายในอาคารยังประกอบด้วยส่วนการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ แบ่งเป็น 6 ชั้นได้แก่ ส่วนต้อนรับและแนะนำการเข้าชม �������ประวัติความเป็นมาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและพลัง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในประเทศไทย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน และเทคโนโลยีภูมิปัญญาไท
������� ส่วนที่เป็นนิทรรศการสำหรับเด็กมีการแบ่งพื้นที่สำหรับเด็กเล็กและเด็กโต และมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ได้เล่นและเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด
������� สถานที่ตั้งอยู่แถวรังสิต คลองห้า โทรศัพท์ : 0-2577-9999 web site: http://www.nsm.or.th/


แห่งที่สี่คือ “บ้านพิพิธภัณฑ์” ซึ่งอาจารย์เอนก นาวิกมูล เสกสรรปั้นแต่งด้วยใจรัก ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เด็กๆ น่าจะได้เรียนรู้เป็นยิ่งนัก เพราะมีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ย้อนยุคไปเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีทั้งของเก่าและของใหม่ เช่น ของเล่น หนังสือ เครื่องเขียน เครื่องครัว และของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการจำลองร้านค้าในอดีตเพื่อย้อนยุคก่อน พ.ศ. 2500 ทั้งร้านขายกาแฟ ร้านขายยา ร้านตัดผม ฯลฯ
������� เป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ไม่น้อยทีเดียว แถมเด็ก ๆ ยังจะได้สนุกกับของเล่นง่าย ๆ ในอดีต เช่น ลูกแก้ว นกหวีด หรือขนมที่เห็นแล้วอดคิดถึงตัวเองเมื่อวัยเด็กไม่ได้จริงๆ
������� สถานที่ตั้งอยู่แถวพุทธมณฑลสาย 2 โทรศัพท์ : 0-2869-6281, 0-1257-4508, 0-9200-2803 web site : http://www.houseofmuseums.org/

� “พิพิธภัณฑ์ของจิ๋วสัญจร” เป็นอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ มีการจัดแสดงผลงานการประดิษฐ์ และงานสะสมของ อ.ดรุณีนาถ นาคคง บุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรม และคุณปิยะนุช นาคคง อดีตนักแสดง ทั้งสองได้เก็บรวบรวมงานของจิ๋วนี้มานานกว่า 40 ปี โดยจัดเป็นห้องนิทรรศการขนาดจิ๋ว 36 เรื่อง 36 ตู้ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและความงามจากของสะสม โดยแบ่งการสัญจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลออกเป็น 12 เส้นทาง
������� ในเดือนตุลาคมนี้ เดินทางมาถึงเส้นทางที่ 5 จัดแสดงที่ห้างสรรพสินค้า อัมรินทร์พลาซ่า ตั้งแต่ วันที่ 29 ก.ย. ถึง 31 ต.ค. 2548
������� กิจกรรมที่น่าสนใจและสร้างความอบอุ่นระหว่างครอบครัว คือการได้ฝึกปั้นขนม เบเกอรี่ ผักและผลไม้ขนาดจิ๋ว ชมการสาธิตการประดิษฐ์ของจิ๋ว นอกจากนี้ยังได้รับความรู้พิพิธภัณฑ์ ในเมืองไทยอีกมากมาย โทรศัพท์ : 0-2807-3971

สถานที่อีกแห่งที่อยากจะแนะนำคือ “อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ” หลายคนที่เคยไปเที่ยวที่สวนรถไฟ คงจะประทับใจกับบรรยากาศที่ร่มรื่น แต่ที่นี่ไม่ได้มีแค่ต้นไม้ที่ร่มรื่นเท่านั้น บนพื้นที่ 4 ไร่ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ยังเป็นที่ตั้งของอุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ ที่เปิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
������� ภายในอุทยานได้จัดแสดงชุดนิทรรศการต่าง ๆ บอกเล่าเรื่องราวและวิวัฒนาการของผีเสื้อและแมลง เช่น แหล่งกำเนิด วงจรชีวิต ประโยชน์ที่ได้รับจากผีเสื้อ ห้องสาธิตการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนของผีเสื้อและแมลง
������� ความน่าสนใจ ก็คือบนพื้นที่ขนาด 1,168 ตารางเมตร จัดแสดงผีเสื้อจริงไว้ให้ชมประมาณ 20 ชนิด อาทิ ผีเสื้อถุงทองธรรมดา ผีเสื้อหนอนกระท้อน และผีเสื้อร่อนลมสยาม ฯลฯ รวมทั้งสิ้นมากกว่า 500 ตัว เป็นแหล่งเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เด็กๆ ตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติอีกด้วย
�������สถานที่ตั้งอยู่บริเวณสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โทรศัพท์ : 0-2615-7333 ต่อ 133, 194
����
� แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์
�������http://www.thailandmuseum.com/
������� http://www.sac.or.th/
������� ศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร โทร. 0-2225-7612-4

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น